วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เด็กรักสนุกของ Graciela Rodo Boulanger

 

เด็กรักสนุกของ Graciela Rodo Boulanger

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เวลา 13:00:00 น.

Share10













































































































โดย อายตนะ

 

 

 


นักท่องเที่ยวที่ชอบสะสมภาพสวยๆไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ postcard หรือ poster คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสามารถหาของเหล่านั้นได้มากที่สุดที่กรุง Paris ส่วนตัวแล้วทุกครั้งที่มีโอกาส ก็ชอบที่จะเข้าไปเดินดูภาพสวยๆแทบจะทุกร้านที่เดินผ่าน ร้านส่วนใหญ่ก็มักจะมีสินค้าที่ซ้ำๆกันที่นอกจากจะเป็นภาพดาราแล้ว ภาพเขียนก็เป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อยทั้งภาพเก่าและใหม่ ภาพของศิลปินหลายคนได้รับความนิยมมาก รวมทั้งภาพของ Graciela Rodo Boulanger ที่ส่วนใหญ่เป็นภาพเด็กหน้ากลมกำลังสนุกสนานรื่นเริงอยู่ในอิริยาบถที่แตกต่างกัน ดูแล้วสบายตาสบายใจบอกไม่ถูก


 


Graciela Rodo Boulanger หรือในชื่อเดิมคือ Graciela Rodo Aparicio เกิดที่เมือง La Paz ประเทศ Bolivia ในปี ค.ศ.1935 เธอเกิดในครอบครัวที่รักศิลปะ มีแม่เป็นนักเปียโนอาชีพ ส่วนพ่อที่แม้เป็นนักธุรกิจแต่ก็เป็นผู้มีความรอบรู้ในงานศิลปะเป็นอย่างดี Graciela Rodo Boulanger จึงเติบโตมาในบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ชื่นชมศิลปะ เธอมีความสุขในวัยเด็กมาก เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ความสุขในวัยเด็กของเธอจึงสะท้อนมาอยู่ในผลงานศิลปะของตัวเอง


Graciela Rodo Boulanger เริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก เธอเล่นได้ดีมาก พ่อของเธอจึงให้เปียโนกับเธอเมื่ออายุได้ 15 ปี ในขณะเดียวกับที่เรียนเปียโนนั้น Graciela Rodo Boulanger ก็วาดภาพไปด้วย แต่นานวันเข้า Graciela Rodo Boulanger กลับพบว่าตัวเองมีความสนใจวาดภาพมากกว่าเล่นเปีนโน ดังนั้น เมื่ออายุได้ 22 ปี Graciela Rodo Boulanger จึงตัดสินใจทุ่มเทให้กับการวาดภาพแต่เพียงอย่างเดียว

 

 

แต่ก่อนหน้านี้ Graciela Rodo Boulanger ก็ได้เคยแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกในปี ค.ศ.1953 มาแล้วที่กรุง Vienna เธอวาดภาพจำนวนมากจนกระทั่งในปี ค.ศ.1961 จึงเดินทางไปกรุง Paris เพื่อเรียนศิลปะกับ Johnny Friedlander ศิลปินผู้โด่งดังและมีความชำนาญด้านการแกะสลักโลหะด้วยการใช้กรดกัดให้กร่อน (etching)

 

 

 

 


 


ที่กรุง Paris นี่เองที่ Graciela Rodo Boulanger พบรักและแต่งงานกับ Claude Boulanger นักการฑูตชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1962 หลังแต่งงาน สามีถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลางเป็นเวลา 18 เดือน Graciela Rodo Boulanger ซึ่งตามสามีไปด้วยก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนโตคือ Karine ซึ่งเกิดในปี ค.ศ.1963 ที่ประเทศ Lebanon

 

 

 



ต่อมาในปี ค.ศ.1966 Graciela Rodo Boulanger เดินทางกลับมาอยู่ที่กรุง Paris ซึ่งเธอก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนที่สองคือ Sandra ในปีนี้เองที่เธอรวบรวมผลงานที่ทำขึ้นไว้ทั้งหมด ทั้งในสมัยที่เรียนกับ Johnny Friedland และในช่วงเวลาที่อยู่ในตะวันออกกลางมาพิมพ์เป็นหนังสือรวมผลงานเล่มแรกของตัวเอง

 

 


ในปี ค.ศ.1979 Graciela Rodo Boulanger ได้รับแต่งตั้งจากสหประชาชาติให้เป็นศิลปินประจำปีแห่งเด็ก ภาพทอ 2 ภาพของเธอถูกนำไปติดไว้ที่ห้องโถงของอาคารสหประชาชาติ

 

 



ปี ค.ศ.1983 นับได้ว่าเป็นปีทองของ Graciela Rodo Boulanger เพราะนอกจากเธอจะได้นำผลงานจำนวนมากไปแสดงที่ The Museum of Modern Art of Latin America ในกรุง Washington D.C. แล้ว The Metropolitan Opera of New York ก็ยังนำเอาภาพของเธอไปทำเป็น poster ประชาสัมพันธ์อุปรากรเรื่องThe Magic Flute ของ Mozart อีกด้วย

 

 



จุดเด่นในภาพของ Graciela Rodo Boulanger อยู่ที่การวาดภาพเด็กที่ดูไร้เดียงสา หน้ากลม อยู่ในอิริยาบถที่สนุกสนานร่าเริง ไม่ก็เล่นดนตรีหรือเต้นรำ ใช้สีสดใสตัดไปตัดมา มีการใช้สี แสง ที่ดูสดใส ส่วนท่าทางของคนที่อยู่ในภาพรวมทั้งองค์ประกอบของภาพก็มีความลงตัวทำให้ภาพดูน่าสนใจ

 

สำหรับหน้าตาของเด็กที่อยู่ในภาพนั้น เดิมGraciela Rodo Boulanger เคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอได้อิทธิพลมาจากพี่น้องร่วมชาติที่ Bolivia แต่ในปัจจุบัน เด็กที่อยู่ในภาพของเธอก็คือบรรดาหลานๆของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Sandra ลูกสาวคนเล็กแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่เมือง La Paz บ้านเกิดของเธอ Graciela Rodo Boulanger ก็เลยถือโอกาสเดินทางไปๆมาๆระหว่างกรุง Paris กับเมือง La Paz เพื่อไปเยี่ยมหลานและในที่สุดก็ไปช่วยเลี้ยงหลาน พฤติกรรมของหลานๆจึงถูกคุณยายถ่ายทอดออกมาเป็นภาพที่สวยงามจำนวนมาก

 

 

 

 



Graciela Rodo Boulanger เป็นจิตรกรที่ขยันมาก เธอวาดภาพจำนวนมากอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่ผ่านมาจน
กระทั่งปัจจุบัน ผลงานจำนวนมากของ Graciela Rodo Boulanger ถูกนำมาแสดงไปแล้วไม่ต่ำกว่า 150 ครั้งใน 5 ทวีป

 

 



ทุกวันนี้ Graciela Rodo Boulanger ยังคงวาดภาพอยู่แมัจะมีอายุเกือบ 80 ปีแล้วก็ตาม ภาพวาดของ Graciela Rodo Boulanger หาซื้อได้ทั้งตามห้องแสดงภาพเขียนและใน internet ภาพของเธอโดยเฉพาะภาพพิมพ์มีราคาไม่สูงนัก พอที่จะเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก นอกจากเธอจะวาดภาพทั้งสีน้ำและสีน้ำมันแล้ว เธอยังทำงานแกะสลัก งานปั้น ทอพรมและภาพพิมพ์ด้วย

 

 

 




อายตนะ
ayatana2010@live.com
22 สิงหาคม 2554


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1313984313&grpid=&catid=08&subcatid=0811

Mozart Piano Concerto No. 9, First Mvt, Mitsuko Uchida


Mitsuko Uchida plays piano and Jeffrey Tate conducts the Mozarteum Orchestra in Mozart's Piano Concerto No. 9 "Jeunehomme", in E flat major, K. 271.
A Saltzburg Festival performance, recorded in the Mozarteum, Saltzburg, 1989

Wolfgang Amadeus Mozart composed this concerto in Salzburg, 1777. Though only 21 years old, he displayed great maturity and originality in
what is regarded by many as his first great masterpiece.

It was composed for a Mlle. Jeunehomme, of whom very little is known (such as--her first name!). But she must have been a very
fine pianist to be able to perform this! The mix of dramatic and intense emotions, some seemingly mad and anguished with parts of
joy and happiness suggest (one romantically feels) that Mlle. Jeunehomme must have been quite a handful for the young Mozart.

1. Allegro, in E flat major and common (C) time

2. Andantino, in C minor and 3/4 time

3. Rondo (Presto), in E flat major and 2/2 time

Dawn Chan notes:

Renowned pianist Alfred Brendel has referred to Mozart's Piano Concerto No. 9, known as the Jeunehomme, as a "wonder of the world," going so far as to assert that Mozart "did not surpass this piece in the later piano concertos."

ที่มาของความวุ่นวายในสภา: "ปชป." เดือด คำอภิปราย "ใบอนุญาตฆ่าปชช." ของ "ณัฐวุฒิ" จวกพาดพิง "สถาบัน" : มติชนออนไลน์

ที่มาของความวุ่นวายในสภา: "ปชป." เดือด คำอภิปราย "ใบอนุญาตฆ่าปชช." ของ "ณัฐวุฒิ" จวกพาดพิง "สถาบัน" : มติชนออนไลน์


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จึงลุกตอบโต้ทันที ว่า ตนก็เป็น 1 ใน 19 คน และเป็นพรรคพวกของนายจตุพร ขอยืนยันความบริสุทธิ์ ไปมอบตัวต่อดีเอสไอ และเซ็นหนังสือรับรองการสละสิทธิ์ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองในสมัยประชุม แต่การใส่ร้ายเอาสถาบันเบื้องสูงมาใช้ไม่เป็นส่วนดีต่อใครเลย แม้แต่สถาบันเอง เป็นเรื่องที่ทำลายทุกคนทุกฝ่าย นายกฯที่ได้รับเสียงเลือกตั้งสูงสุดในประเทศก็ล้มเพราะข้อกล่าวหานี้ และที่ตนเจ็บปวดที่สุดคือข้อกล่าวหานี้ใช้ออกใบอนุญาตฆ่าประชาชน ไม่อยากให้คนตายเพิ่มเติมอีก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประท้วงต่อว่า ประเด็นที่นายสุเทพประท้วง ไม่ใช่ความเสียหายต่อตัวพวกของตน แต่เพราะส.ส.ที่ประท้วง เอาประเด็นเรื่องสถาบันไปผูกโยงกับการเสียชีวิต ถ้าไม่จริงไม่เป็นไร ให้สมาชิกคนดังกล่าวลุกมาพูดใหม่ ตนยืนยันการเสียชีวิตในปี 2553 ให้สอบกันตามความจริง ใครผิดก็ลงโทษ แต่คนที่พูดว่าเอาเรื่องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถาบันมาเป็นใบอนุญาตเกี่ยวกับการเสียชีวิต พูดอย่างนั้นพวกตนไม่เสียหาย แต่สถาบันเสียหาย


ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ชี้แจงว่า ขอให้คนทั้งประเทศเข้าใจ ตนพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ และขออย่าเอาข้อหาเกี่ยวกับสถาบันมาใส่ร้ายทางการเมืองอีก เพราะมันเจ็บปวด ตนไม่ได้พูดโยงสถาบันเข้ากับการเสียชีวิต พูดแต่ว่าข้อกล่าวหานี้ทำลายนายกฯมาแล้ว 2 คน ทำให้ส.ส.ปชป.โห่ลั่น

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ :ส.ส.ปชป.อภิปรายกรณี "อีเมล์สื่อ"



ดังนั้นเนื่องจาก นพ.วิชัย เป็นกรรมการของสถาบันพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทยที่บังเอิญผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอยู่ด้วย ผมจึงคิดว่า ตัวเองควรแสดงออกทางการเมืองของตนต่อบทบาทดังกล่าวของ นพ.วิชัย รวมถึงคนอื่นๆ
ที่ผมไม่ใคร่ขอเอ่ยนามถึง ด้วยการขอลาออกจากการเป็นกรรมการที่ตัวเองเป็นอยู่ เพื่อคัดค้านต่อการกระทำ
ดังกล่าวตามอัตภาพที่ผมสามารถทำได้ และเพื่อลดความรู้สึกอับอายตัวเองที่ต้องทำงานร่วมกับคนเหล่านี้
ที่คิดว่าตนเองมีคุณธรรมวิเศษสูงส่งกว่าผู้อื่นๆ สามารถใช้ตนเองตัดสินผู้อื่นได้ตลอดเวลา
เพราะคิดว่าผู้ที่เป็นแพทย์คือเทวดาที่ล่วงรู้ทุกเรื่องและอยู่เหนือมนุษย์ทั่วไป

ทั้งๆ ที่ความอัปยศคดโกงและความไร้มนุษยธรรมต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในวงการแพทย์อยู่ตลอดเวลา
ดังที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอยู่เนืองๆ ซึ่งแม้ว่าจะอ้างว่าเป็นเรื่องของนักการเมือง แต่ส่วนมากก็มักเกี่ยวข้องกับบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ที่มักอวดตนว่าเป็นเทวดาผู้มีคุณธรรมวิเศษทั้งนั้น

ผมคิดว่า หากมีการตรวจสอบเรื่องแบบนี้ นพ.วิชัย ควรจะหันมาตรวจสอบเรื่องการใช้เงินของหน่วยงานบางแห่ง ที่นำเอาเงินภาษีของประชาชนมาแจกจ่ายให้แก่เครือข่ายของตน ปีๆ หนึ่งหลายพันล้าน

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ เผือกสม จบการศึกษาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2540 เป็นนักวิชาการคนที่ 2 ของไทย ที่ผลงานได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Asian Studies ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำของโลกทางด้านเอเชียศึกษา ของสมาคมสมาคมเอเชียศึกษา ประเทศสหรัฐอเมริกา วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของ ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ ระหว่างศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) เรื่อง "The Pursuit of Java : Thai Panji Stories, Melayu Lingua Franca and the Question of Translation" ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ยอดเยี่ยม ดร.วัง กังวู (Wang Gungwu Medal and Prize) สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จาก
มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

จับกระแสร้อนผลสอบสภาการนสพ.: ส.ส.ปชป.อภิปรายในสภา, นักวิชาการลาออกประท้วง "หมอวิชัย" และสื่อไทยยุคมิลเลนเนียม : มติชนออนไลน์

จับกระแสร้อนผลสอบสภาการนสพ.: ส.ส.ปชป.อภิปรายในสภา, นักวิชาการลาออกประท้วง "หมอวิชัย" และสื่อไทยยุคมิลเลนเนียม : มติชนออนไลน์




ดังนั้นเนื่องจาก นพ.วิชัย เป็นกรรมการของสถาบันพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทยที่บังเอิญผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอยู่ด้วย ผมจึงคิดว่า ตัวเองควรแสดงออกทางการเมืองของตนต่อบทบาทดังกล่าวของ นพ.วิชัย รวมถึงคนอื่นๆ ที่ผมไม่ใคร่ขอเอ่ยนามถึง ด้วยการขอลาออกจากการเป็นกรรมการที่ตัวเองเป็นอยู่ เพื่อคัดค้านต่อการกระทำดังกล่าวตามอัตภาพที่ผมสามารถทำได้ และเพื่อลดความรู้สึกอับอายตัวเองที่ต้องทำงานร่วมกับคนเหล่านี้ ที่คิดว่าตนเองมีคุณธรรมวิเศษสูงส่งกว่าผู้อื่นๆ สามารถใช้ตนเองตัดสินผู้อื่นได้ตลอดเวลา เพราะคิดว่าผู้ที่เป็นแพทย์คือเทวดาที่ล่วงรู้ทุกเรื่องและอยู่เหนือมนุษย์ทั่วไป

ทั้งๆ ที่ความอัปยศคดโกงและความไร้มนุษยธรรมต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในวงการแพทย์อยู่ตลอดเวลา ดังที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอยู่เนืองๆ ซึ่งแม้ว่าจะอ้างว่าเป็นเรื่องของนักการเมือง แต่ส่วนมากก็มักเกี่ยวข้องกับบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ที่มักอวดตนว่าเป็นเทวดาผู้มีคุณธรรมวิเศษทั้งนั้น

ผมคิดว่า หากมีการตรวจสอบเรื่องแบบนี้ นพ.วิชัย ควรจะหันมาตรวจสอบเรื่องการใช้เงินของหน่วยงานบางแห่ง ที่นำเอาเงินภาษีของประชาชนมาแจกจ่ายให้แก่เครือข่ายของตน ปีๆ หนึ่งหลายพันล้าน

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ เผือกสม จบการศึกษาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2540 เป็นนักวิชาการคนที่ 2 ของไทย ที่ผลงานได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Asian Studies ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำของโลกทางด้านเอเชียศึกษา ของสมาคมสมาคมเอเชียศึกษา ประเทศสหรัฐอเมริกา วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของ ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ ระหว่างศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) เรื่อง "The Pursuit of Java : Thai Panji Stories, Melayu Lingua Franca and the Question of Translation" ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ยอดเยี่ยม ดร.วัง กังวู (Wang Gungwu Medal and Prize) สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์



วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

งานเสวนาฟรี ในโครงการ Knowledge Sharing Roundtabal “เครื่องมือการคัดคน – อ่านคน เชื่อได้แค่ไหน”




จาก: ครรชิต พัฒนาฤดี <ton_rak_flower@yahoo.co.th>
วันที่: 13 มิถุนายน 2554, 20:27
หัวเรื่อง: งานเสวนาฟรี ในโครงการ Knowledge Sharing Roundtabal "เครื่องมือการคัดคน – อ่านคน เชื่อได้แค่ไหน"
ถึง: 

เรื่อง   ขอความกรุณาฝากข่าวประชาสัมพันธ์
จาก    คุณสุวัฒน์ ทองธนากุล
 
         เนื่องจากหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ ได้ร่วมกับบริษัท Orchid Slingshot จัดงานเสวนาฟรี ในโครงการ Knowledge Sharing Roundtabal
ดังมีรายละเอียดตามแนบ ในการจัดงานเสวนาครั้งนี้ เป็นเสวนาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอความกรุณาทุกท่านช่วยประชาสัมพันธ์งานดังกล่าว เพื่อประโยชน์กับทุกท่าน
ขอขอบพระคุณในการช่วยประชาสัมพันธ์งานในครั้งนี้
 
 
ขอบคุณค่ะ
กุลนารี  เหล่าวานิช
ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด
 
 
 
 
ข่าวดีจาก                              คุณสุวัฒน์  ทองธนากุล  บรรณาธิการบริหาร   นสพ.ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์
 
มอบแด่                                  ผู้ใฝ่รู้กลยุทธ์การบริหารคน
 
กิจกรรม                                Knowledge Sharing Roundtable
เรื่อง                                   "เครื่องมือการคัดคน อ่านคน เชื่อได้แค่ไหน"
                       
วันเวลา                                 วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน 2554
                                                เวลา 13.00 16.30 น.
                                                ณ. อาคาร CP สีลม   ชั้น 11  ห้อง 1111C
 
ผู้เสวนา                                
·         คุณพรวิทย์  พัชรินทร์ตนะกุล
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร     สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์
                                               
·         อาจารย์อภิวุฒิ  พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
·         สุวัฒน์  ทองธนากุล
บรรณาธิการบริหาร   ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์
 
ประเด็นของการเสวนา:

-                    ธุรกิจในเครือ ซีพี มีการคัดคน และอ่านคนเพื่อวิเคราะห์สมรรถนะ ด้วยวิธีการหลายรูปแบบให้ข้อคิดอย่างไร
-                    รู้จักกับปัญญธารา คือองค์กรที่สร้างความสำเร็จในการใช้เครื่องมือในการวัดประเมิน เพื่อคัดเลือกพนักงานเข้าทำงาน และมอบหมายงานที่เหมาะสม
-                    มารู้จักกับ "ศูนย์อพยพ" กลไก เพื่อประเมิน และพัฒนาคนที่หมดไฟในการทำงานให้พร้อมกลับไปทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสมได้
-                    ข้อคิด และแนวทางที่องค์กรอื่นๆ จะได้เรียนรู้
 
พิเศษ !
 
                คุณสุวัฒน์  ทองธนากุล ขอมอบสิทธิพิเศษให้ท่าน  เข้าฟังการเสวนาครั้งนี้  ฟรี   (รับจำนวนจำกัดเ)
                               
โปรดแจ้งสำรองที่นั่งด่วน ที่ โทร   02-629-4488  คุณภูษิตา ต่อ 1140  หรือคุณกุลนารี  ต่อ 1190