วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วันพฤหัสที่ 26 พฤษภาคม 2554 เวลา 19.00 – 21.00 น. ณ NetDesign สาขาเมเจอร์รัชโยธิน ชั้น 3 บริเวณโรงภาพยนตร์

หัวข้อ "Fanpage Marketing" การทำการตลาดด้วย Facebook Fanpage


ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อ "Fanpage Marketing" การทำการตลาดด้วย Facebook Fanpage

     จัดโดย: NetDesign

     ในปัจจุบันเทคโนโลยี หรือแม้กระทั่ง Social Media อย่าง Facebook เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น และ Facebook กลายเป็นช่องทางใหม่ของการทำการตลาดออนไลน์ในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "Social Media Marketing" เป็นการสร้าง Fanpage ในกับธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

     "แล้วจะทำอย่างไร ให้ Fanpage ของคุณ แบรนด์ของคุณ ธุรกิจของคุณ เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น"

     สัมมนานี้สามารถตอบโจทย์ของคุณได้อย่างแน่นอน !!

     วัตถุประสงค์
1. เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Facebook Profile กับ Facebook Fanpage
2. รู้จัก Facebook เว็บ Social Network อันดับ 1
3. ประยุกต์ใช้ Facebook Fanpage ในการโปรโมทตัวเอง และโปรโมทธุรกิจ
4. เรียนรู้เทคนิคลูกเล่นต่างๆ ที่นำมาใช้โปรโมท Facebook Fanpage
     วันที่อบรม สัมมนา:
     ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในวันพฤหัสที่ 26 พฤษภาคม 2554 เวลา 19.00 – 21.00 น.

     หัวข้ออบรม สัมมนา:
1. ความรู้เบื้องต้นในการใช้ Facebook เพื่อธุรกิจ : Facebook Fanpage
2. การสร้าง Facebook Page และความรู้เบื้องต้นทางเทคนิคที่สำคัญ
3. ขั้นตอนของการสร้าง Brand Personality
4. กำหนดเนื้อหาการตลาดผ่าน Facebook
5. Case Study : การใช้ Facebook Page ที่ประสบความสำเร็จของ Brand ต่างๆ
     วิทยากร:
     คุณ กิตติคม ฐิติวัฒนา
     กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตดีไซน์ แร็งค์ จำกัด

     ค่าลงทะเบียน/โปรโมชั่น:
• ผู้สนใจและบุคคลทั่วไป ราคาเข้าร่วมสัมมนา 100 บาท ต่อที่นั่ง
• นักเรียน NetDesign และศิษย์เก่า เข้าอบรมฟรี โดยต้องมัดจำก่อนวันงาน 100 บาท (จะได้รับเงินมัดจำคืนหน้างาน)
• นักเรียน NetDesign สามารถเข้าร่วมงานสัมมนาของสถาบันได้ฟรี จำนวน 1 ครั้ง
     คุณสมบัติผู้เข้าอบรม สัมมนา:
     เหมาะกับใคร
1. นักศึกษาทั่วไป เพื่อใช้ Fanpage แทน Resume
2. นักธุรกิจรุ่นใหม่ เพื่อโปรโมทสินค้าและบริการของธุรกิจ
3. นักการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้ลูกค้า
     จำนวนที่รับ:
     รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ที่นั่งเท่านั้น

     สถานที่จัดอบรม สัมมนา:
     ณ NetDesign สาขาเมเจอร์รัชโยธิน ชั้น 3 บริเวณโรงภาพยนตร์

     ลงทะเบียน/สำรองที่นั่งได้ที่:
     สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ NetDesign ทุกสาขา
     หรือสำรองผ่านเว็บไซต์ได้ที่ http://netdesign.ac.th/seminar.php



วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ขอทาน : ใครได้ทานกันแน่?

ขอทาน : ใครได้ทานกันแน่?

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 10:33:42 น

นิ้วกลม

www.facebook.com/Roundfinger.BOOK


1  

 

คุณผู้อ่านเคยให้เงินขอทานกันไหมครับ

ลองอีกสักคำถาม-คุณผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่ชอบให้เงินขอทานหรือเปล่าครับ

ผมมีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง เธอเป็นคนใจดีและขี้สงสาร เธอมักควักเงินออกมาหย่อนใส่กระป๋องของขอทานอยู่เสมอๆ 

ถ้ามีขอทานนั่งเรียงรายกันอยู่ เธอก็หย่อนเงินลงไปในทุกกระป๋องเลยทีเดียว

น้องสาวคนนี้เป็นแรงบันดาลใจคนสำคัญที่ทำให้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่อยู่รอบตัวเธอหันมาให้เงินขอทานกันแบบไม่ต้องคิดอะไรให้ซับซ้อน

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น และชื่นชมในการให้ของน้อง



2

ผมเคยเขียนถึงการให้เงินขอทาน ในทำนองว่า การที่เราให้เงินขอทานนั้นนับเป็นการฝึกฝนให้เรารู้จักการเสียสละ รู้จักให้ และบางคนก็ดูเหมือนจะตั้งแง่กับการให้โดยคิดนู่นนี่ซับซ้อน เช่น เงินที่เราให้ไปจะถึงมือขอทานคนนี้จริงๆ หรือเปล่า เด็กขอทานคนนี้มีมาเฟียอยู่เบื้องหลังไหม 

ทำให้สุดท้ายแล้วลงเอยด้วยการที่เราไม่ให้เงินขอทาน

ผมอาจจะคิดง่ายไปนิด ตอนนั้นผมคิดว่าถ้าคนเราอยากจะให้ มีจิตใจที่จะให้ เราก็ไม่น่าจะต้องคิดอะไรที่ซับซ้อนนัก

อาจเพราะผมมองในมุมของ "ผู้ให้"

โดยมองข้ามมุมของ "ผู้รับ" ไป

ในตอนนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับการที่บางคนบอกว่าการให้เงินขอทานหรือเด็กๆ ที่มานั่งพนมมือขอเงินจะเป็นการสนับสนุนแก๊งมาเฟียเหล่านั้นทางอ้อม

เพราะผมคิดว่า หน้าที่ดูแลในส่วนนี้น่าจะเป็นของเจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

แต่แล้วความคิดของผมก็เปลี่ยนไปในวันหนึ่ง



3

วันนั้น น้องผู้อ่านคนหนึ่งทวีตข้อความมาบอกผมทางทวิตเตอร์ว่า มีพี่ที่มูลนิธิกระจกเงาเขียนวิจารณ์ข้อเขียนของผม อยากให้เข้าไปอ่าน เผื่อจะได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน

ผมจึงลองเข้าไปอ่านเฟซบุ๊กของคุณเอก จากมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง

คุณเอกเขียนถึงข้อเขียนของผมชิ้นนั้นไว้ในเฟซบุ๊กว่า

ผมคิดว่าวิธีคิดแบบสุขนิยมลักษณะนี้จะทำให้ปัญหาต่างๆ ในสังคมยังคงดำรงอยู่ เพราะต่างคนต่างมุ่งจะทำเพื่อให้ตัวเองมีความสุขเท่านั้น ส่วนปัญหาของสังคมถูกผลักภาระให้เป็นเพียงหน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง - วันหนึ่งสังคมจะอยู่อย่างไรครับ ถ้าทุกคนเห็นปัญหาของสังคมแล้วอ้างว่าธุระไม่ใช่ ฉันไม่อยากรับรู้ ฉันต้องการเพียงความสุข ความสบายใจ และหน้าที่นี้ไม่ใช่ของฉัน

แวบแรกที่ได้อ่าน ผมคิดว่าคุณเอกกำลังเข้าใจเจตนาของผมผิดเป็นแน่ ผมไม่ได้มีความคิดทำนองผลักภาระ และคิดเพียงว่าฉันให้แล้วสุขใจก็พอแล้ว ตรงกันข้าม, ผมกลับคิดว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบกลับต้องผลักภาระปัญหาขอทานมาให้คนทั่วไปว่า "คุณอย่าให้เงินขอทาน" และผมเขียนงานชิ้นนั้นขึ้นมาด้วยเจตนาที่อยากเชิญชวนให้หันมาคิดถึงเพื่อนร่วมสังคมบ้าง และขอทานก็เป็นหนึ่งในนั้นเท่านั้น

แต่หลังจากได้อ่านข้อความในเฟซบุ๊กของคุณเอก ผมก็คิดว่า เป็นไปได้ว่าผมอาจจะรู้ข้อมูลไม่ครอบคลุมเพียงพอ ปัญหาขอทานอาจจะใหญ่และกว้างกว่าที่ผมคิด

จึงถือโอกาสอธิบายเจตนาของตัวเอง และขอความรู้จากคุณเอกซึ่งทำงานด้านนี้โดยตรง

แล้วผมก็ได้คำตอบที่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแห่งมิตรภาพ



4

คุณเอกอธิบายปัญหาให้ฟังว่า การที่เราให้เงินเด็กที่ออกมาขอทานนั้นเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้ผู้ใหญ่ใจร้ายล่อลวงเด็กๆ หรือพาเด็กๆ ออกมาขอทาน

เพราะเขารู้ว่า คนส่วนใหญ่สงสารเด็ก

ที่เราคิดว่าเราช่วยให้เงินเด็กนั้น แท้จริงแล้วเรากลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ ต้องมาเป็นขอทานเพิ่มมากขึ้น

เพราะเขารู้ว่ามันได้ผล

คุณเอกยังอธิบายต่อไปอีกว่า ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงแค่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้เท่านั้น

แต่ยังมีเด็กขอทาน พ่อแม่ที่พาลูกมาเป็นขอทาน พ่อแม่ที่ขายลูกไปเป็นขอทาน นายหน้าที่คุมเด็กขอทาน

และที่ขาดไม่ได้คือ พวกเรา-คนให้เงินขอทานนี่เอง

ซึ่งคนให้เงินนี่เองที่เป็นตัวละครที่มีจำนวนมากที่สุด กลุ่มใหญ่ที่สุด

จึงเป็นตัวละครที่สำคัญที่สุด

ตราบใดที่คนกลุ่มนี้ยังให้เงินขอทาน เราก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ 

คุณเอกบอกว่า วิธีแก้ปัญหาที่ได้ผล และจะช่วยเด็กๆ เหล่านี้ได้มากกว่าการให้เงิน ก็คือการไม่ให้เงิน

คือเปลี่ยนจากการให้เงินมาเป็นหุ้นส่วนของสังคมด้วยการไม่ยอมรับการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์

ซึ่งน่าจะเป็นการแก้ปัญหาได้ลึกกว่าแค่การให้เงินเด็กด้วยความสงสารเป็นครั้งคราว

คุณเอกยังบอกอีกว่า ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐเอาจริง จะกวาดล้างเด็กขอทานให้หมดประเทศก็ทำได้ 

แต่เด็กขอทานก็จะถูกนำกลับมาใหม่อีกในไม่ช้า ตราบที่การ "ขายความสงสาร" ยังคงเป็นธุรกิจที่ได้กำไรงามจากคนขี้สงสารอยู่ดังเดิม

ตราบที่ยังมีคนให้เงิน

คุณเอกสะกิดเตือนผมว่า เราคงต้องคิดกันให้ลึกว่า 

เงินที่เรา "ให้" นั้น ใครกันแน่ที่ "ได้รับ"



5

ผมเข้าไปขอบคุณคุณเอกที่ให้ความรู้ และชวนคุยต่ออีก ซึ่งคุณเอกก็สละเวลาให้ข้อมูลเพิ่มเติมมาอีกว่า รูปแบบของการพาเด็กมาขอทานในสมัยนี้เปลี่ยนไปจากเดิม

แต่ก่อนอาจจะพาขอทานมากันเป็นคันรถ คนที่พามาอาจจะเป็นนายหน้า บางทีก็ไปเช่าเด็กมา ไปซื้อเด็กมา บางทีก็ลักพาตัวมา บางรายถึงขั้นไปเสนอเงินให้พ่อแม่ของเด็กเพื่อพามาเป็นขอทาน

แต่ช่วงหลัง พอพ่อแม่เห็นช่องทางก็นำเด็กเข้ามาเองเลย

หลายรายก็มาจากนอกประเทศ

เมื่อพ่อแม่พาเด็กเข้ามาหลายรอบ เห็นลู่ทาง ก็กลายร่างไปเป็นนายหน้า ไปพาเด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านมาเพิ่มอีก

เรื่องที่ซับซ้อนคือ การพิสูจน์ว่าเด็กเป็นลูกคนที่พามาจริงหรือไม่นั้นต้องใช้งบประมาณสูง

ผู้หญิงขอทานที่อุ้มเด็กบางคนพอถูกจับก็อ้างว่าเป็นลูกของเธอ การพิสูจน์ก็ทำได้ยากมากเนื่องจากข้อจำกัดที่ว่านั้น

บางทีก็เป็นแม่ลูกกันจริง แต่แม่แต่งตัวสะอาดสะอ้าน นั่งกินอาหารดีๆ รอลูกอยู่ในที่ร่ม ขณะที่ลูกแต่งตัวมอมแมมนั่งขอทานอยู่กลางแดดร้อนเป็นชั่วโมง

ซึ่งการที่จะจับพ่อแม่เด็กตัวจริงเหล่านี้ก็จะมีปัญหาตามมาอีก เพราะพ่อแม่ที่พาลูกมาขอทานนั้นมีความผิดข้อหาค้ามนุษย์ ติดคุกขั้นต่ำสี่ปี แล้วเด็กจะอยู่กับใคร ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาสังคมที่วนกลับมาอีกรอบหนึ่ง

คุณเอกจึงแนะนำว่า วิธีแก้ปัญหาที่ดีคือ แทนที่เราจะหยิบเศษเงินขึ้นมาเพื่อให้เด็กเหล่านั้นด้วยความสงสาร เมื่อใดก็ตามที่เราเห็นเด็กต้องนั่งขอทานอยู่ข้างถนน ไม่ว่าลูกใครหรือเด็กชาติใดก็ตาม ให้นำเศษเงินที่จะให้เขาเหล่านั้นมาโทร.แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อมาตรวจสอบและช่วยเหลือเด็กน่าจะดีกว่า

อ่านที่คุณเอกอธิบายมาถึงตรงนี้ ผมต้องยอมรับว่า ผมมองเรื่องขอทานง่ายและแคบเกินไปจริงๆ ครับ

จึงบอกกับคุณเอกว่า ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่จะเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลที่มีประโยชน์เหล่านี้

การได้คุยกับคุณเอกทำให้ผมมองปัญหาขอทานเปลี่ยนไปมาก

จึงอยากนำข้อมูลมาฝากกันครับ

ไม่แน่ เราอาจจะต้องตั้งคำถามกันใหม่

ไม่ใช่ "คุณเคยให้เงินขอทานไหม"

มาเป็น "คุณเคยโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเห็นเด็กต้องมาเป็นขอทานบ้างไหมครับ"


                            

เสียงสะท้อนจากนักวิชาการต่างชาติ หลัง "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" ถูกกองทัพฟ้องร้องในคดีหมิ่นฯ

เสียงสะท้อนจากนักวิชาการต่างชาติ หลัง "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" ถูกกองทัพฟ้องร้องในคดีหมิ่นฯ

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 22:00:00 น.







(ที่มา  รายงานข่าวของอัจฉรา อัชฌายกชาติ ในเว็บล็อกนิว มันดาลา -นวมณฑล-)


ภายหลังจากนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา กรณีที่กองทัพบกยื่นฟ้องในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่สน.นางเลิ้ง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีนักวิชาการต่างชาติหลายคนได้แสดงความเห็นในกรณีดังกล่าว ดังนี้


"เควิน ฮิววิสัน" นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนอร์ธ คาโรไลน่า ที่ ชาเปล ฮิลล์ แสดงความเห็นว่า การกล่าวโทษดำเนินคดีต่อนายสมศักดิ์ ถือเป็นการท้าทายคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เคยระบุว่า การวิพากษ์วิจารณ์ในทางวิชาการนั้นถือเป็นสิ่งที่ควรรับฟังอย่างอดทนอดกลั้น


"นายกฯ อภิสิทธิ์จะสามารถให้ความชอบธรรมแก่ปฏิบัติการฟ้องร้องทางกฎหมายที่มีต่อนักวิชาการที่มีชื่อเสียงผู้นี้ได้อย่างไร?" ฮิววิสันตั้งคำถาม


ขณะที่เคร็ก เรย์โนลด์ส นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ตั้งคำถามว่า "ทำไมกองทัพจึงฟ้องร้องดำเนินคดีกับนักประวัติศาสตร์?" และว่า "แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่กองทัพฟ้องร้องพลเรือน แต่การดำเนินคดีในทุกๆ กรณี ก็ควรจะผ่านการตรวจสอบพิจารณาอย่างรอบคอบรัดกุม" เรย์โนลด์ส กล่าว


นักวิชาการต่างประเทศยังไม่ได้วิตกกังวลกับกรณีของนายสมศักดิ์เพียงเท่านั้น แต่พวกเขายังห่วงใยในกรณีอื่นๆ ที่ทำให้การมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นในสังคมไทยมีพื้นที่ที่หดแคบลง อาทิ การบุกจับสถานีวิทยุชุมชนของคนเสื้อแดง และการจับกุมนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ในฐานะผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112


"บรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบัน  รวมทั้งการดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายและการข่มขู่คุกคามนอกกฎหมาย ได้ส่งผลให้การพูดจาแสดงความคิดเห็นถูกจำกัดพื้นที่ลง ทั้งยังถือเป็นการทำให้ความเห็นต่างในสังคมไทยต้องเงียบเสียงลงด้วย" ไทเรลล์ ฮาเบอร์คอร์น แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกล่าวและว่า "นี่จะยิ่งเป็นการสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงขึ้นต่อประเด็นทางด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย"

 



วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2554 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (สายลม) เขตพญาไท กรุงเทพฯ

          - มือถือค่ายใด โทร.ใน/นอกเครือข่าย...ดีที่สุด/แย่ที่สุด?
          - เล่นเน็ตผ่านมือถือ ค่ายไหน.....เร็วสุด/ช้าสุด ?

          ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการใช้โทรศัพท์มือถือกันมานานแล้ว แต่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยังคงพบว่าผู้บริโภคที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือยังต้องพบปัญหาในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ เช่น การโทรข้ามเครือข่ายยาก ไม่มีสัญญาณ เป็นต้น แม้ว่าจะใช้ในเขตกรุงเทพฯ ก็ตาม ขณะที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนามคมแห่งชาติ (กทช.) ได้ออกประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานและคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคมประเภทเสียง ซึ่งได้มีการกำหนดมาตรฐานการให้บริการโทรคมนาคมประเภทเสียงในบริการโทรศัพท์มือถือไว้ 5 ข้อ โดยเป็นข้อกำหนดมาตรฐานทางด้านเทคโนโลยีอยู่ 3 ข้อ ได้แก่ อัตราการเรียกสำเร็จภายในโครงข่าย อัตราส่วนการเรียกสำเร็จภายนอกโครงข่าย และอัตราส่วนกรณีที่สายหลุดภายในเครือข่ายเดียวกัน แต่มาตรฐานที่ กทช. กำหนดนั้น เป็นเพียงมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือต้องมีมาตรฐานเท่านั้น แต่ในการใช้งานจริง ผู้บริโภคได้รับการบริการที่มีคุณภาพหรือไม่ อย่างไร?
          ดังนั้น สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) และสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ( TRIDI) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงได้ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการทดสอบคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคมประเภทเสียงในบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากมิติการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อศึกษาคุณภาพการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยการสะท้อนประสบการณ์ในการใช้งานของผู้บริโภค ด้วยการทดสอบคุณภาพบริการโทรศัพท์มือถือ ทั้งในแง่การติดต่อไปยังโทรศัพท์มือถือภายในเครือข่ายและนอกเครือข่าย ความถูกต้องของหมายเลขโทรศัพท์ที่แสดงในจอผู้รับ ซึ่งเป็นการทดสอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ เครือข่ายที่ถูกทดสอบครั้งนี้คือ เอไอเอส ดีแทค ทรู และฮัทช์ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ธ.ค.53 - เม.ย. 54 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบจะถูกเผยแพร่เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจในการเลือกใช้บริการ ซึ่งผลการทดสอบตามโครงการฯ จะเป็นอย่างไร? 
          นอกจากเรื่องคุณภาพบริการโทรศัพท์มือถือในด้านเสียงแล้ว สบท. ยังได้จัดทำโครงการทดสอบความเร็วบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อพัฒนาโปรแกรมทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือสำหรับระบบปฏิบัติการ (OS) ซึ่งทำการพัฒนาสำเร็จเรียบร้อยแล้ว และมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โฉมหน้าของโปรแกรมจะเป็นเช่นไร? และผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ทั้งระบบ 2G 3G และ Wi-Fi ซึ่งทำการทดสอบการใช้งานในหลายจังหวัด ตั้งแต่ ม.ค. - มี.ค. 54 จะเป็นอย่างไร?
          สบท. จะจัดให้มีการแถลงข่าวผลการทดสอบคุณภาพการให้บริการโทรศัพท์มือถือในเขตกรุงเทพฯ และผลการสำรวจและทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2554 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (สายลม) เขตพญาไท กรุงเทพฯ เพื่อรายงานผลทดสอบทั้ง 2 โครงการ พร้อมทั้งเปิดตัวโปรแกรมทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ
 
          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-6346122 สำนักสื่อสารสาธารณะและบริการประชาชน

--
http://www.thaismeplus.com/news-en/business-news/1168.html
http://projects.silodesign.nl/vcm/
http://masterpieces.asemus.museum/default.aspx
http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1036185&page=32
http://twitter.com/RAFIKALGER
http://profile.imageshack.us/user/RafikH...
http://www.mixpod.com/playlist/47308482
http://fr-fr.facebook.com/people/Rafik-H...
http://www.tlcb.or.th/index.php?option=com_content&view=frontpage&Itemid=494
http://www.moeradiothai.net/home.php?webid=1
http://www.depthai.go.th/Default.aspx?tabid=114&qCategoryID=61&qKeyword=0
http://www.youtube.com/watch?v=W7giBy862zo&feature=related
http://www.youtube.com/watch?v=6bLZPatq53k&feature=fvw
http://www.youtube.com/watch?v=zN-LR9_IYpA
http://www.kmutt.ac.th/rippc/info.htm
http://www.fccthai.com/TheBulletin.html#517



วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554

เปิดตัวอย่างรายชื่อผู้พลาดหวัง "ส.ว.สรรหา" เมื่อ "คนดี" มีพื้นที่จำกัด แม้จะไม่ลงเลือกตั้งก็เถอะ

เปิดตัวอย่างรายชื่อผู้พลาดหวัง "ส.ว.สรรหา" เมื่อ "คนดี" มีพื้นที่จำกัด แม้จะไม่ลงเลือกตั้งก็เถอะ

วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554 เวลา 17:00:00 น.

Share


นาม ยิ้มแย้ม
 


เลิศรัตน์ รัตนวานิช
 


เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
 


ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต
 


สถิรพันธุ์ เกยานนท์
 


ขวัญสรวง อติโพธิ
 


ประกิต วาทีสาธกกิจ (ภาพจากไทยรัฐ)
 


วัลลภ ตังคณานุรักษ์
 


ดำรง พุฒตาล
 


โสภณ สุภาพงษ์
 

เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่งประกาศรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาในระบบสรรหา (ส.ว.สรรหา) ชุดใหม่ จำนวน 73 ราย


วันนี้ มติชนออนไลน์ ขออนุญาตนำรายชื่อบางส่วนของผู้มีชื่อเสียงในสังคมที่เสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (จากทั้งหมด 671 คน) แต่สุดท้ายก็พลาดโอกาสเข้ามาทำงานในฐานะ ส.ว.สรรหาชุดใหม่ มานำเสนอ ดังนี้


นายนิยม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานวุฒิสภา


พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีต ส.ว.สรรหา


นายวรวุฒิ โรจนพานิช ส.ว.สรรหา


พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ อดีต ส.ว.สรรหา


นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา


ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต อดีต ส.ว.สรรหา


นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.สรรหา


นายวรินทร์ เทียมจรัส อดีต ส.ว.สรรหา


พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร อดีต ส.ว.สรรหา


พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ อดีตผบ.ทร. และอดีตสมาชิก คมช.


นายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธาน คตส.


นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีต คตส.


นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


นายสุรสีห์ โกศลนาวิน อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ


นายมานิต วัฒนเสน อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย


นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ


นายอนุชา โมกขะเวส อดีตอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย


นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


นายธนู กุลชล อดีต ส.ว.สรรหา และ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ


นางสุกัญญา สุดบรรทัด อดีต ส.ว.สรรหา และที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์


นายขวัญสรวง อติโพธิ อาจารย์พิเศษคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ


นายปรีชา สุวรรณทัต นักวิชาการด้านกฎหมาย อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์


นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาตร์ และกรรมการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย


นายอิมรอน มะลูลีม รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย


นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบ


พ.อ.สมคิด ศรีสังคม นักการเมืองอาวุโส, อดีต สสร., อดีต ส.ว.อุดรธานี


นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต ส.ว.เชียงราย และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)


นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีต ส.ว.แต่งตั้ง, อดีต ส.ว.กทม., อดีต สนช.


นายดำรง พุฒตาล อดีต ส.ว.แต่งตั้ง, อดีต ส.ว.กทม., สื่อมวลชน


นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจากฯ ปิโตรเลียม, อดีต ส.ว.กทม., อดีต สนช.


นายอาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังธรรม


นายประภัสร์ จงสงวน  อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม., อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)


นายประภัสสร เสวิกุล อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศและนักเขียน


นางชมัยภร บางคมบาง อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

 

หมายเหตุ ดูรายชื่อทั้งหมดของผู้เข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว.สรรหา ชุดใหม่ ได้ที่http://www2.ect.go.th/about.php?Province=senator54&SiteMenuID=6957


                                          http://matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1302687101&grpid=01&catid=no

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2554 ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

Chiang Mai Now!
Exhibition presenting Chiang Mai through visions of contemporary cultures

April 7th – June 19th, 2011
9th Floor, Bangkok Art and Culture Centre

Bangkok Art and Culture Centre presents an exhibition demonstrating a process of occurrences, activities, and experiments of contemporary culture that are happening currently in Chiang Mai. Curated by Angkrit Ajchariyasophon, the exhibition puts forward unique perspectives of 12 artists and contemporary cultural activists.

Departing from a question of where we are in the field of art, leads to a realm of contemporary cultures that propels Chiang Mai dynamic art and social scene.
A regional city equipped with distinct geography, diverse ethnic groups, intermingle cultures, Chiang Mai brews social complexities, giving rise to original and independent cultural organizations, artists, and cultural activists who choose the city as a base to live, research, investigate, and even experimenting in solving problems with unique approaches. It is evident in various attempts, whether it is creating alternative art spaces without support from authority, modifying the use of various media to communicate art to broader audiences, or constructing ground-works for alternative livings leading to social changes with forefront visions. All these are idiosyncratic rationalities that artists and cultural activists make use of, to challenge the condition and limitation presented by the rapidly changing society.

Placing Chiang Mai as a context, we are interested in what is happening and what is existing at the moment, not what is about to begin or what has already ended. With this reason, ‘now’ is the keyword signifying time as a stage of present, it is a dynamic word that is a motion of constant change. ‘Now’ is a stopped duration, and ‘Now’ with an exclamation mark (!) is to show imperative mood to point at a critical stage that our society is now facing.

Chiang Mai Now! does not aim to present the best cultural projects nor the most successful, rather it is to show processes and various attempts that generate cultural activities, which in turn reflect challenges, obstacles, and even defects in thinking resulting from the inequality in the social, educational, and economical backgrounds, and diverse political thinking in the various areas.
   
We need to stop for a moment, to learn, in order to collectively understand. Chiang Mai Now! , is not a project to judge or to assess value of any individuals or cultures. The exhibition merely provides a platform, for the diversity of thoughts presenting diverse minds, holding dialogue with the society at its centre, to reveal their existence and gaining recognition. It is an exhibition meant to point out the importance of ‘now’, as a juncture, as an understanding in shades of difference. And from here on, it might be a beginning of what could sustain us as a collective society.
 





Curator:
Angkrit Ajchariyasophon   

Artists and Cultural Activists:
1.   North Forest Studio
2.   PunPun
3.   ComPeung featuring Jai Arun Ravine
4.   Malateh Media Studio
5.   Lanna Bird and Nature Conservation Club
6.   Yonyang featuring Torlarp Larpjaroensook
7.   31st Century Museum of Contemporary Spirit
8.   Rabbithood Studio
9.   the land foundation
10.   ChiangMai Sunday Cycling Club
11.   DOM-CU-MEN-TA-RY
12.   Punya Movie Club




                    วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2554
                ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

09.30 น. ขอเชิญชวนนักปั่นทุกท่าน พบกันที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน
10.00 น. นักปั่นทุกท่านจะขึ้นไปบนชั้น 9 ของหอศิลป์ฯ เพื่อร่วมเปิดงาน เชียงใหม่นาว!(ในส่วนของชมรมจักรยานฯ) “ร่วมเปลี่ยนแปลงเชียงใหม่และเมืองของท่าน ให้เป็นเมืองจักรยาน” และแลกเปลี่ยน สโปคการ์ด (spoke card) ของแต่ละกลุ่ม แต่ละชมรม
11.45 น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน บริเวณ ชั้น 6 ของหอศิลป์ฯ ซึ่งทุกท่าน ต้องนำอาหารมาเอง
13.30 น. ร่วมเวทีเสวนา “โอกาสและอนาคตของประเทศไทยที่จะเป็นเมืองแห่งการใช้จักรยาน”
16:30 น. สื่อมวลชนลงทะเบียน

-  สรุปผลการเสวนา แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน
-  เริ่มกิจกรรม Press Tour นิทรรศการเชียงใหม่นาว โดยภัณฑารักษ์ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ และศิลปิน
-  กล่าวแนะนำชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา โดย นพ.รังสฤษดิ์ กาญจนวนิชย์
-  กล่าวแนะนำศูนย์พันพรรณ โดย คุณโจน จันได
-  กล่าวแนะนำนอร์ทฟอเรส สตูดิโอ โดย อาจารย์จุลพร นันทพานิช
-  กล่าวแนะนำพิพิธภัณฑ์แห่งจิตวิญญาณแห่งศตวรรษที่ 31 โดย อาจารย์คามิน เลิศชัยประเสริฐ
-  กล่าวแนะนำแร็บบิตฮู้ด สตูดิโอ โดย คุณวชิรา รุธิรกนก
-  กล่าวเปิดร้านไอศกรีม ดมคิวเมนทารี่ โดย คุณอุดม แต้พานิช
-  กล่าวแนะนำมูลนิธิที่นา โดย คุณปพนศักดิ์ ละออ
-  กล่าวแนะนำคำเปิง โดย คุณพิสิฐพงศ์ สิระพิศุทธิ์
-  กล่าวแนะนำสตูดิโอมาลาเต โดย คุณสันติภาพ อินกองงาม
-  กล่าวแนะนำปันยามูฟวี่คลับ โดย คุณบดินทร์ เทพรัตน์
-  กล่าวแนะนำบริษัทย้อนแยงสุนทรียะและต่อลาภ ลาภเจริญสุข โดยคุณศีลวัตก์ รมยานนท์ และคุณต่อลาภ ลาภเจริญสุข
   และหอศิลป์บริการ
-  สัมภาษณ์ศิลปิน

18.30 พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

-  เริ่มงาน และกล่าวต้อนรับโดย คุณฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
-  กล่าวแนะนำศิลปินและนิทรรศการ โดย ภัณฑารักษ์ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ
-  กล่าวเปิดงานโดย ม.ร.ว สุขุมพันธ์ุ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล  ผู้ว่าราชการจังหวัด- 
   เชียงใหม่ (รอการยืนยัน)
-  บรรยากาศภายในงานประกอบไปด้วย - การแสดงดนตรีโดย ดีเจชาติพันธุ์
                 -การแสดงดนตรี โดย ทีมงานย้อนแยงฯ และ ดีเจซี๊ด

21.00 เป็นต้นไป
- การแสดงดนตรี บริเวณหอศิลป์บริการ ชั้นล่าง วินมอเตอร์ไซค์ข้างหอศิลปฯ
- ปาร์ตี้ บาร์บีคิว โดยย้อนแยงฯ ณ บริเวณหอศิลป์บริการ วินมอเตอร์ไซค์ข้างหอศิลปฯ