ท่านสามารถ ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการทำงาน ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขา พระปิ่นเกล้า เลขที่ 031-0-03432-9 ธนาคารกรุงเทพ สาขามีนบุรี เลขที่ 145-5-24762-5 ธนาคารกสิกรไทย สาขา ปิ่นเกล้า เลขที่ 706-2-33411-2 ธนาคารไทยพานิชย์ สาขาบิ๊กซี ติวานนท์(SICOTHBK) เลขที่ 382-217647-5 ทุกบัญชี ชื่อบัญชี "สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน" สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 086 628 2817 คุณอัจฉรา สรวารี
วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2554 เวลา 13.00 - 16.00 น.ห้อง 207 ชั้น 2 ศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
ผ่านสายตาของนักมานุษยวิทยา
ศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กำลังมีโครงการจัดทำหนังสือปรากฎการณ์วัฒนธรรม ซึ่งจะมีการเลือกเหตุการณ์ทางสังคมวัฒนธรรมที่สำคัญมาอธิบาย เพื่อให้เข้าใจว่าชีวิตของคนไทยมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือ เหตุการณ์หรือปรากฏการณ์นั้นสะท้อนเรื่องราวของยุคสมัยอย่างไร เหตุการณ์ต่างๆ อาจเป็นเรื่องใหม่ หรือเป็นเรื่องที่มีความต่อเนื่องซึ่งต้องการคำอธิบาย ดังนั้น เพื่อให้การทำหนังสือดังกล่าวบรรลุเป้าหมายและได้ข้อมูลที่เกิดประโยชน์ จึงจัดเวทีเสวนาวิชาการโดยจะเลือกนำเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาพูด คุยสนทนา และจะมีนักมานุษยวิทยามาให้ความคิดเห็นต่อเหตุการณ์เหล่านั้น โดยแบ่งประเด็นการสนทนาเป็น 3 ประเด็น คือ ชาติพันธุ์ การทำแท้ง และสังคม ออนไลน์
ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ นักวิชาการศูนย์ฯ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการและดำเนินการจัดเสวนา บอกว่า สามประเด็นที่เลือกมาจัดเสวนานี้ มีความน่าสนใจและแตกประเด็นย่อยในการมองสังคมวัฒนธรรมได้หลายแง่มุม เริ่มที่ความคิด เรื่อง “เขตวัฒนธรรมพิเศษ” เป็นความพยายามของนักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องการให้รัฐนำไปเป็นแนว นโยบายเพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านสิทธิ และการรักษาวัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ แนวคิดดังกล่าวนี้ได้รับการตอบสนองจากกระทรวงวัฒนธรรมในช่วงกลางปี 2553 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นคณะทำงานด้านต่างๆ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนและส่งเสริมให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้รับสิทธิของตนเอง
“อย่าง ไรก็ตามในทางปฏิบัติความคิดเรื่องเขตวัฒนธรรมพิเศษจะเกิดขึ้นได้จะต้องอาศัย การประสานงานกับหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน ซึ่งยังมีความคิดที่แตกต่างหลากหลาย ในสายตาของนักมานุษยวิทยาอาจมองเห็นประโยชน์ของการมีแนวคิดดังกล่าว แต่มิติทางวัฒนธรรมของการเคารพศักดิ์ศรีของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยเป็น เรื่องที่ต้องทบทวน ไม่ว่าจะเป็นอคติต่อคนพื้นเมือง ความซับซ้อนของปัญหาเรื่องความเป็นพลเมือง สิทธิในที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพ รวมถึงการแสดงออกเชิงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เปลี่ยนไปในวัฒนธรรม บริโภคและการท่องเที่ยว”
ประเด็นเรื่อง “การทำแท้ง” ถูกมองว่าเป็นปัญหาทางศีลธรรมในสังคมไทย เป็นการเสื่อมถอยของสังคม โดยผู้หญิง จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี ผู้หญิงทำแท้งจะถูกมองเหมือนแม่ใจร้าย เป็นหญิงใจง่าย ใจแตก หรือเป็นคนบาปที่ฆ่าลูกของตัวเอง ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์หรือไม่พร้อมจะมีลูกจึงตกอยู่ในที่นั่ง ลำบาก ปัญหาดังกล่าวนี้มิใช่เพียงเรื่องศีลธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของบทบาทหญิงชายในสังคม วิธีคิดเรื่องเพศ ความสัมพันธ์ทางเพศ และความรู้เกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์
“ การมองปัญหาท้องไม่พร้อม ท้องในวัยเรียน และกฎหมายการทำแท้งยังมีข้อถกเถียงจากทัศนะที่ต่างกัน นักมานุษยวิทยาอาจช่วยให้สังคมทำความเข้าใจเรื่องนี้โดยชี้ให้เห็นถึงมิติ ทางเพศของผู้หญิงในฐานะที่ถูกสังคมกำหนดและตีตราเอาไว้ และชี้ให้เข้าใจบริบทและเงื่อนไขชีวิตที่ผู้หญิงแต่ละคนตัดสินใจทำแท้ง รวมทั้งพิธีกรรมล้างบาปที่ ผู้หญิงจะใช้เป็นช่องทางสำนึกผิดต่อการกระทำของตน”
ความรวดเร็วของ การสื่อสารด้วยของเทคโนโลยีสื่อสารในสังคมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน คือ การส่งข้อมูลข่าวสารที่ถี่มากขึ้น รวดเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และเป็นปัจจุบันมากขึ้น การเติบโตของเฟซบุ้คและโซเชียล มีเดียต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยหลายล้านคนพยายามติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร มีการอัพเดตสถานการณ์ และแสดงออกถึงความคิดเห็นต่างๆ ทั้งเรื่องส่วนตัวและสาธารณะ
“การ ใช้เฟซบุ้คจึงมิใช่เพียงการสื่อสาร แต่ยังเป็นการเปลี่ยนรูปแบบของการสร้างกลุ่มทางสังคม การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ การแสดงตัวตน และการสำนึกของการมีอยู่ของตัวตนในโลกสมัยใหม่ นักมานุษยวิทยาอาจไม่คุ้นเคยกับโลกไซเบอร์สเปซที่มีความรวดเร็วและเปลี่ยน อยู่ตลอดเวลา แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำความเข้าใจเทคโนโลยีชนิดนี้ในฐานะเป็นเครื่องมือ ที่สะท้อนอารมณ์ของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน”
ทั้งสามประเด็นนี้เราได้ เชิญนักมานุษยวิทยาที่ศึกษาเฉพาะในแต่ละเรื่องมาร่วมเสวนาและให้ภาพ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกำหนดการการเสวนาแต่ละเรื่อง จะเริ่มต้นที่ วันที่ 28 เมษายน 2554 “เขตวัฒนธรรมพิเศษ กับศักดิ์ศรีของกลุ่มชาติพันธุ์” โดย ดร.ขวัญชีวัน บัวแดง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร.นฤมล อรุโณทัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 “มิติทางเพศของการทำแท้ง : เรือนร่างผู้หญิงกับวัฒนธรรมไทย” โดย ผศ.ดร.สุชาดา ทวีสิทธิ์ และ ดร. กนกวรรณ ธาราวรรณ มหาวิทยาลัยมหิดล และสุดท้าย วันที่ 28 มิถุนายน 2554 “เฟซบุ้ค : เครือข่ายชีวิตในยุคดิจิตอล เจนเนเรชั่น” โดย ผศ.ดร.จุลนี เทียนไทย และดร.จักรกริช สังขมณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การ เสวนาจะเริ่มเวลา 13.00 น. ห้องประชุม 207 ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน ผู้สนใจร่วมเข้าฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 หรือที่ www.sac.or.th
ขอขอบคุณในการประชาสัมพันธ์
ศิวัช นนทะวงษ์ ประสานงานวิชาการ
ตารางการเสวนา นักมานุษยวิทยามองสังคมไทยร่วมสมัย
วันที่/เวลา หัวข้อเสวนา สาระสำคัญ วิทยากร ห้องเสวนา
วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2554
เวลา 13.00 – 16.00 น. เขตวัฒนธรรมพิเศษ กับศักดิ์ศรีของกลุ่มชาติพันธุ์ ในทางปฏิบัติความคิดเรื่องเขตวัฒนธรรม พิเศษจะเกิดขึ้นได้จะต้องอาศัยการประสานงานกับหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน ซึ่งยังมีความคิดที่แตกต่างหลากหลาย ความซับซ้อนของปัญหาเรื่องความเป็นพลเมือง สิทธิในที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพ รวมถึงการแสดงออกเชิงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เปลี่ยนไปในวัฒนธรรม บริโภคและการท่องเที่ยว ดร.ขวัญชีวัน บัวแดง
ดร.นฤมล อรุโณทัย ห้อง 207 ชั้น 2
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2554
เวลา 13.00 – 16.00 น. มิติทางเพศของการทำแท้ง : เรือนร่างผู้หญิงกับวัฒนธรรมไทย การมองปัญหาท้องไม่พร้อม ท้องในวัยเรียน และกฎหมายการทำแท้งยังมีข้อถกเถียงจากทัศนะที่ต่างกัน นักมานุษยวิทยาอาจช่วยให้สังคมทำความเข้าใจเรื่องนี้โดยชี้ให้เห็นถึงมิติ ทางเพศของผู้หญิงในฐานะที่ถูกสังคมกำหนดและตีตราเอาไว้ และชี้ให้เข้าใจบริบทและเงื่อนไขชีวิตที่ผู้หญิงแต่ละคนตัดสินใจทำแท้ง รวมทั้งพิธีกรรมล้างบาปที่ผู้หญิงจะใช้เป็นช่องทางสำนึกผิดต่อการกระทำของ ตน ผศ.ดร.สุชาดา ทวีสิทธิ์
ดร. กนกวรรณ ธาราวรรณ ห้อง 207 ชั้น 2
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2554
เวลา 13.00 – 16.00 น. เฟซบุ้ค : เครือข่ายชีวิตในยุคดิจิตอล เจนเนเรชั่น การเติบโตของเฟซบุ้คและโซเชียลมีเดีย สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยหลายล้านคนพยายามติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร มีการอัพเดตสถานการณ์ และแสดงออกถึงความคิดเห็นต่างๆ ทั้งเรื่องส่วนตัวและสาธารณะในฐานะเป็นเครื่องมือที่สะท้อนอารมณ์ของมนุษย์ ในยุคปัจจุบัน ผศ.ดร.จุลนี เทียนไทย
ดร.จักรกริช สังขมณี ห้อง 207 ชั้น 2
วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน 2554 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 220 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย
"Bioplastics Focus: พลาสติกชีวภาพ…นวัตกรรมเพื่อโลกสีเขียว"
วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน 2554 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ ห้องประชุม 220 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
วันพฤหัสที่ 21 เมษายน 2554 เวลา 17.00 น. ถึง 21.00 น อาคารปรีดีย์พนมยงค์ ทองหล่อ
ขอ เรียนเชิญผู้สนใจ ร่วมชมงานนิทรรศการแสดงผลงานด้านการวิเคราะห์และการวางแผนงานโฆษณาของนัก ศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาการโฆษณา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Creative Kitchen: Serve Up Your Imagination" หรือ "ห้องครัวแห่งการสร้างสรรค์"
สถานที่: อาคารปรีดีย์พนมยงค์ ทองหล่อ
วัน-เวลา: วันพฤหัสที่ 21 เมษายน 2554 เวลา 17.00 น. ถึง 21.00 น
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ณ ห้องเสวนา ชั้น ๖ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี (ด้านทิศใต้) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
แต่ในแวดวงผู้ที่ทำงานด้าน เด็ก เห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและยกเป็นกรณีตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งที่ สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างความกตัญญูและเรื่องของสิทธิเด็กที่ต้อง ได้รับการส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครอง เนื่องจากการชกมวยเป็นอาชีพส่งผลกระทบในหลายประเด็น
ได้แก่ ประเด็นแรก คือ ผลกระทบ ทางด้าน ร่างกาย จะต้องได้รับบาดเจ็บ ไม่มากก็น้อย ถ้าเป็นมวยไทย ซึ่งใช้อาวุธทั้ง หมัด ศอก และเข่า เวลาขึ้นชก เด็กมีโอกาส จะได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่ศีรษะ จนถึงลำตัว ผู้เชี่ยวชาญ ทางการแพทย์ หลายท่าน ยืนยันว่า สมองของเด็ก อายุไม่เกิน ๑๒ ปี ยังโตไม่เต็มที่ หากถูกชก กระแทก หรือสะบัด อย่างแรง จะเกิดอาการ ช้ำใน ไม่ต่างจาก อุบัติเหตุรุนแรง ทางรถยนต์ เด็ก อาจเกิดอาการ ชา หมดสติ หรือเสียชีวิตได้เฉียบพลัน หรือถ้าเด็ก มีอาการบาดเจ็บ แต่ละครั้ง ไม่รุนแรง แต่ต้องชกมวย อย่างต่อเนื่อง อาการบาดเจ็บ ในสมอง จะสะสม จนกระทั่ง เด็กไม่มีสมาธิ ในการเรียน ความจำไม่ดี นอกจากนี้ การชกมวย อาจทำให้เกิดอาการ บาดเจ็บ บริเวณช่องท้อง ตาบอด จนกลายเป็น คนพิการ.....
ประเด็น ที่ ๒ ผลกระทบ ทางด้านจิตใจ เพราะเด็กที่ชกมวย มักเกิดความกลัว ความวิตกกังวล และความเครียด เป็นประจำ เด็กเหล่านี้ จะคุ้นชินกับ ความรุนแรง กลายเป็น เด็กก้าวร้าว และนิยม ใช้ความรุนแรง ในการแก้ปัญหา
รวม ทั้ง การอนุญาตให้เด็กชกมวยเป็นอาชีพนี้ ขัดกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กสหประชาชาติ และขัดกับ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ซึ่งห้ามมิให้ เด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ทำงาน และมิให้ เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ทำงาน ที่เสี่ยงต่อ อันตราย ความรุนแรง และการปฏิบัติ อย่างไม่เป็นธรรม ถ้าอนุญาต ให้เด็ก อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ชกมวย แสดงว่า ผิดกฎหมาย
สำนัก งานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงจัดรูปแบบเป็นเวทีสาธารณะ มีการนำเสนอข้อมูลอภิปรายโดยวิทยากร ๕ ท่าน ผู้ดำเนินรายการ ๑ ท่าน มีการเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมรับฟัง แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และจัดทำสรุปข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อเสนอให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
กำหนดการจัดสัมมนา เรื่อง "สิทธิหนูอยู่ไหน ? กรณีเด็กชกมวย"
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ณ ห้องเสวนา ชั้น ๖ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี (ด้านทิศใต้) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
*********************************
เวลา ๑๒.๓๐ – ๑๓.๓๐ น.
ลงทะเบียน
เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๓.๕๕ น.
กล่าวเปิดเวทีสาธารณะและแจ้งวัตถุประสงค์
โดย นางวิสา เบ็ญจมะโน
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประธานอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ
และความเสมอภาคของบุคคล
เวลา ๑๓.๕๕ – ๑๖.๔๕ น.
เวทีสาธารณะ
เรื่อง สิทธิหนูอยู่ไหน กรณีเด็กชกมวย โดย
- นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
ผอ. ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก
- นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ *
- นายสมชาย เจริญอำนวยสุข
ผอ.สำนักงานสวัสดิภาพที่พักเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส
- นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมมวยอาชีพแห่งประเทศไทย*
- เด็กชายสมเจตน์ ดจันทรา เด็กที่ชกมวยตามภาพข่าว*
ดำเนินรายการโดย
- อนุกรรมการสื่อสารสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน
เวลา ๑๖.๕๐ น.
กล่าวปิดเวทีสาธารณะ
โดย นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประธานอนุกรรมการสื่อสารสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน
หมายเหตุ
ถ่ายทอดสดทางเครือข่ายวิทยุชุมชนและวิทยุอินเทอร์เน็ต ๒๐ สถานีทั่วประเทศ
บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มในห้องประชุม
* อยู่ระหว่างการทาบทาม
วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
Flash : ขึ้นเงินเดือนข้าราชการครูทั่วประเทศเฉลี่ย 8% มีผลมีนาคม
| | ||
| วันที่ : 17/02/2011
ท่านสามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก : ขึ้นเงินเดือนข้าราชการครูทั่วประเทศเฉลี่ย 8% มีผลมีนาคม | ||
| | ||
วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
มาฆบูชาภาวนา
จาก: Jivita Sikkha <jivitasikkha@gmail.com>
วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554, 15:53
หัวเรื่อง: มาฆบูชาภาวนา
ถึง:
Date: 2011/2/14
Subject: มาฆบูชาภาวนา
To:
วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554, 15:34
หัวเรื่อง: มาฆบูชาภาวนา
ถึง:
(For English summary please see below.)
มาฆบูชาภาวนา
ภาวนาเพื่อบ่มเพาะความกรุณา ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิ
ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน
…ขอเชิญกัลยาณมิตรบำเพ็ญบุญกุศลเนื่องในวันมาฆบูชา ด้วยการปฏิบัติบูชาพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา สวดมนตราประจำพระองค์ร่วมกัน 100,000 จบ ละอกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจ 10 ประการ (ด้วยการถือศีลทิเบต 10) ปฏิบัติโยคะภาวนาเพื่อสุขภาพและสมาธิ และร่วมเวียนเทียนถวายดวงประทีป 505 ดวง ณ บริเวณก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป เจดีย์แบบทิเบตซึ่งสร้างขึ้นโดยเน้น "โพธิจิต" จิตอธิษฐานเพื่อให้สัตว์โลกเข้าถึงการตรัสรู้
ความเป็นมา
วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดง "โอวาทปาติโมกข์" อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา และเป็นวันมหัศจรรย์เนื่องจากพระอรหันต์ 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
มูลนิธิพันดาราได้จัดงานมาฆบูชาภาวนาเป็นประจำทุกปีโดยเน้นการปฏิบัติเพื่อ บ่มเพาะคุณธรรมเรื่องความเมตตากรุณาถวายเป็นพุทธบูชา ณ ศูนย์ขทิรวัน ซึ่งเป็นธรรมาศรมในพระพุทธศาสนาอุทิศแด่พระโพธิสัตว์ตารา ผู้เป็นบุคลาธิษฐานแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า ในปีนี้ทางมูลนิธินอกจากจะจัดให้มีการปฏิบัติบูชาพระแม่ตาราและการเวียน เทียนใหญ่ที่บริเวณพระมหาสถูปแล้ว ยังจัดให้มีการสอนโยคะเพื่อการภาวนาอีกด้วย
อาหาร-ที่พัก
ทางมูลนิธิจะให้บริการอาหารมังสะวิรัติ ผลไม้ อาหารว่าง และเครื่องดื่มร้อน/เย็น ตลอดช่วงภาวนา และจะจัดที่พักเป็นเต้นท์เดี่ยว เต้นท์รวม และศาลาซึ่งมีมุ้งลวดกันยุง ที่ศูนย์มีห้องอาบน้ำ ห้องน้ำอย่างดี และศาลาพักผ่อนในตอนกลางวันไว้บริการ
การเดินทางไปศูนย์ขทิรวัน
- เดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิจัดให้ ค่ารถไปกลับ 500 บาท
- ไปโดยรถยนต์ส่วนตัว (สามารถขอรับแผนที่ได้ทางอีเมล์)
- เดินทางโดยรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยไปลงที่หัวหิน จากสถานีรถตู้ นั่งรถสองแถวไปลงหน้าศูนย์ (แต่เนื่องจากกิจกรรมนี้เริ่มช่วงเย็น ตั้งแต่บ่ายสามโมง จะไม่มีรถสองแถวให้บริการ)
การลงทะเบียน
ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนที่ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387
บริจาคร่วมกิจกรรม 500-2000 บาทเพื่อเป็นค่าจ้างแม่ครัวและผู้ช่วย ค่าวัสดุอาหาร ค่าแรงคนงาน และค่าสาธารณูปโภค
อาจารย์ผู้นำภาวนา
รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมทิเบต ผู้จาริกแสวงบุญด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ในทิเบต อาจารย์สอนธรรมะโดยได้รับมอบคำสอนจากพระอาจารย์ในหลายนิกายในพุทธวัชรยาน
อาจารย์ผู้สอนโยคะ: ครูดล (ธนวัช เกตุวิมุติ) จากเครือข่ายชีวิตสิกขา
กำหนดการ
วันที่หนึ่ง : พฤหัสบดีที่ 17 กพ.
16.00 น. เดินทางถึงศูนย์ขทิรวัน รับคู่มือปฏิบัติ เตรียมภาวนา
17.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. กิจกรรมปรับทัศนคติ "เริ่มต้นที่จุดจบ"
20.00 น. โยคะภาวนา
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน
วันที่สอง : ศุกร์ที่ 18 กพ. (วันมาฆบูชา)
4.00 น. ตื่นนอน ดื่มน้ำปานะ
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
8.00 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. โยคะภาวนา
10.00 น. ฟังบรรยายเรื่อง "การบ่มเพาะความกรุณา"
11.00 น. พิธีรับศีล 10 ทิเบตและอ่านพระสูตรร่วมกัน
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. สวดมนตรา
15.00 น. โยคะภาวนา
15.30 น. ดื่มน้ำปานะ
16.00 น. นั่งสมาธิ
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
18.30 น. ทำวัตรเย็น เดินเวียนเทียน ถวายดวงประทีปที่บริเวณก่อสร้างพระมหาสถูป
20.00 น. โยคะภาวนา
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน
วันที่สาม : เสาร์ที่ 19 กพ.
4.00 น. ตื่นนอน ดื่มปานะ
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
8.00 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. ปฏิบัติตามบทสาธนะและสวดมนตรา
10.30 น. โยคะภาวนา
11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. สวดมนตรา
14.30 น. โยคะภาวนา
15.30 น. ดื่มน้ำปานะ
16.00 น. สวดมนตรา
17.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 น. ทำวัตรเย็น
19.30 น. โยคะภาวนา
20.30 น. พิธีอุทิศแก่ผู้ล่วงลับและสวดมนตราดับทุกข์โศกของสัตว์โลก
21.00 น. นั่งสมาธิ
22.00 น. เข้านอน
วันที่สี่ : อาทิตย์ที่ 20 กพ.
4.00 น. ตื่นนอน
4.30 น. นั่งสมาธิ
5.30 น. ทำวัตรเช้า กราบอัษฎางคประดิษฐ์
6.00 น. เดินทำสมาธิ
7.00 น. โยคะภาวนา
7.30 น. รับประทานอาหารเช้า
9.00 น. ปฏิบัติตามบทสาธนะ
9.30 น. สวดมนตรา
10.30 น. โยคะภาวนา
11.30 น. แบ่งปันประสบการณ์
12.30 น. พิธีลาศีล อุทิศบุญกุศลร่วมกัน
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
การปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะความกรุณา
หัวใจหลักของการปฏิบัติธรรมคือการบ่มเพาะปัญญาและกรุณาซึ่งเป็นคุณงามความดี ในจิตใจของเรา ปราศจากคุณธรรมทั้งสอง เราไม่สามารถเข้าถึงความสุขที่ยั่งยืนตรัสรู้ธรรมและช่วยเหลือสัตว์โลกได้
ในพุทธวัชรยานมีหลายวิธีในการบ่มเพาะความกรุณา วิธีหนึ่งคือการปฏิบัติบูชาพระโพธิสัตว์ตารา พระองค์ทรงตั้งปณิธานที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏจนกว่าสัตว์โลกชีวิตสุดท้ายจะ เข้าถึงการหลุดพ้น
ในการบ่มเพาะความกรุณา เราจะฝึกจิตของเราให้เป็นจิตแบบเดียวกับพระองค์ ด้วยการนั่งสมาธิ สวดมนตร์ และบริกรรมมนตราแห่งความกรุณาซึ่งนอกจากจะทำให้จิตสงบ ผ่องใส มีสันติสุขแล้ว ยังให้อานิสงส์ทั้งทางโลกและทางธรรม
โยคะ กับการภาวนา
ศาสตร์เพื่อการฝึกฝนให้จิตเป็นสมาธิ เพื่อความสุขอันแท้จริง จิตสงบได้แม้กายยังคงเคลื่อนไหว ทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาวะของร่างกาย พัฒนาระบบย่อยอาหารและขับถ่าย เสริมสร้างกล้ามเนื้อชั้นในให้แข็งแรง กระตุ้นการไหลเวียนของกระแสโลหิต จัดปรับแนวกระดูกสันหลังให้สมดุล ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายจากการฝึกโยคะที่ถูกวิธีตามตำราโบราณ
หัวข้อในการฝึกปฏิบัติ :
·เทคนิคการบริหารข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อการเตรียมความพร้อม
·อาสนะ เพื่อพัฒนาความสมดุลของร่างกาย (Homeostasis และ Muscle Tone)
·เทคนิคการผ่อนคลายอย่างลึก สำหรับผู้มีปัญหานอนหลับยาก หรือหลับไม่สนิท
·เทคนิคการหายใจเพื่อขจัด ความเครียดและเอื้อให้จิตเป็นสมาธิได้ง่ายและรวดเร็วขี้น
·โยคะกับการภาวนา ฝึกโยคะด้วยความพยายามที่น้อยที่สุด เพื่อรับผลแห่งการภาวนาได้มากที่สุด
--
--
ดล
ธนวัชร์ เกตน์วิมุต
ชีวิตสิกขา : เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้และเข้าใจชีวิต
www.jivit.net
159/70 ซ.วิภาวดีรังสิต 62 ถ.วิภาวดีรังสิต
หลักสี่ กทม. 10210
โทรศัพท์ 089-678-1669, 089-899-0094
แฟกซ์ 02-900-5429
--
http://jivit.net
ร่วมเป็นแฟนคลับกับชีวิตสิกขาลัย ในเครือข่ายชีวิตสิกขาได้ที่
http://www.facebook.com/pages/Jivita-Sikkhalay-Club/324767881811?v=wall
วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
หมอชาวบ้านฉบับวันที่ 10/02/2011
จาก: หมอชาวบ้าน <webmaster@doctor.or.th>
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554, 11:28
หัวเรื่อง: หมอชาวบ้านฉบับวันที่ 10/02/2011
ถึง:
หมอชาวบ้าน | e-newsletters ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2554
| ||||||||||||||||||||||||