วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน + เผยแพร่และป้องกัน


จาก: lee lee <thai9lee@gmail.com>
วันที่: 21 ธันวาคม 2553, 13:21
หัวเรื่อง:ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน + เผยแพร่และป้องกัน
ถึง:
เพื่อเผยแพร่และป้องกันคะ
thanks

kamolpan




 

 

มีโอกาสได้รวบรวม เลยเอามาแบ่งๆ กันดูครับ จะได้ระวังกันไว้

 

Araya   Mangkranonchai

 

Plan and Policy Analyst

Office of National Economics and Social Development Board

Tel  02-2804085 ; 2415,2417

E-mail: araya-m@nesdb.go.th

 










Season's Greetings from TI


From: 14IACC <14iacc@transparency.org>
Date: 2010/12/20
Subject: Season's Greetings from TI
To:


 

 

Transparency International is the global civil society organisation leading the fight against corruption.

www.transparency.org

This email is confidential and intended for the addressee only. If you are not the intended recipient, any use, disclosure, distribution, printing or copying of this email is unauthorised. If you have received this email in error, please immediately notify the sender by replying to the email, then delete all copies from your computer. This email and its attachments have been swept for computer viruses but Transparency International accepts no responsibility whatsoever for damage caused by viruses in connection with this email. Transparency International may monitor all emails and attachments as it is presumed that they are sent or received in connection with the activities of TI and to ensure the integrity of its computer systems. Statements and opinions contained in this email are those of the sender, not necessarily of Transparency International.




E - Card Happy New Year and Merry Christmas - VoiceTV




จาก: www.voicetv.co.th <no-reply@voicetv.co.th>
วันที่: 22 ธันวาคม 2553, 20:14
หัวเรื่อง: E - Card Happy New Year and Merry Christmas - VoiceTV
ถึง:





 

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องเสวนา ชั้น ๖ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๑. หลักการและเหตุผล
          การ สอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ในระบบ Admission ในปัจจุบัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นระบบกลางในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ แทนระบบเอ็นทรานซ์ที่ใช้อยู่เดิม โดยมีองค์ประกอบในการยื่นคะแนนเข้ามหาวิทยาลัย คือ 

          ๑. ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า (GPAX) 
          ๒. ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Education Test : O - NET) 
          ๓. ผลการสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test หรือ GAT) ๔. ผลการสอบความถนัดเฉพาะด้านวิชาการ ( Professional Aptitude Test หรือ PAD ) ซึ่งการรับสมัครสอบระบบ Admission จะเปิดรับสมัครเฉพาะทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น จึงอาจส่งผลกระทบต่อนักเรียนหรือผู้สมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบข้อมูลสารสนเทศ (ICT) ได้ทั่วถึง 

          ดัง นั้นคณะอนุกรรมการสื่อสารสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน จึงเห็นควรจัดการสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชน รวมทั้งระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพื่อ ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสอบแข่งขันในระบบ Admission ได้เข้าใจสภาพปัญหาที่เกิด
          จาก การรับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว ว่าอาจมีผลกระทบต่อผู้สมัครจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบข้อมูล สารสนเทศ (ICT) ของรัฐอย่างทั่วถึง เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมและให้เกิดความเป็นธรรมกับบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษย ชน ซึ่งจะเป็นการทำความเข้าใจที่ถูกต้องและสร้างการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนใน สังคมไทย 

          ๒. วัตถุประสงค์
          ๒.๑ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้และยกระดับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องสิทธิทางการศึกษา โดยเฉพาะการรับสมัครสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในปัจจุบันซึ่ง นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สมัคร แต่ขณะเดียวกันอาจส่งผลกระทบต่อบุคคลที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้เช่นกัน 
          ๒.๒ เพื่อเป็นเวทีให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกซึ่งความคิด เห็นและสะท้อนแนวคิดเพื่อให้เกิดการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 
          ๒.๓ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์องค์กร

          ๓. กลุ่มเป้าหมาย
          จำนวน ๑๕๐ คน ประกอบด้วย
          ๓.๑ นักเรียน นิสิต นักศึกษา
          ๓.๒ ประชาชนที่สนใจ 
          ๓.๓ นักวิชาการสถาบันการศึกษา / นักวิชาการอิสระ
          ๓.๔ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ
          ๓.๕ เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม
          ๓.๖ สื่อมวลชน
          ๓.๗ อนุกรรมการฯ
          ๓.๘ เจ้าหน้าที่สำนักงานฯ

          ๔. ระยะเวลาดำเนินงาน

          วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องเสวนา ชั้น ๖ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 

          ๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ
          - คณะอนุกรรมการสื่อสารสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน
          - สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย

          ๖. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
          ๖.๑ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสอบสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ในระบบ Admission เข้าใจและตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชนและนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมในการกำหนดรูปแบบการรับสมัครสอบแข่งขันที่เอื้อประโยชน์และเป็นธรรมกับผู้สมัครทุกฝ่าย 
          ๖.๒ ประชาชนเห็นความสำคัญและสนใจติดตามการสัมมนา ซึ่งจะก่อให้เกิดการยกระดับการรับรู้และจิตสำนึกในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 
          ๖.๓ ประชาชนได้มีโอกาสสะท้อนมุมมอง ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถประมวลข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานต่อไป 
          ๖.๔ สาธารณชนให้ความเชื่อถือและการยอมรับต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
          ๖.๕ สื่อมวลชนให้ความสนใจและนำผลการสัมมนาไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งจะทำให้เกิดความตระหนักและการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนในสังคมอย่างกว้างขวางต่อไป 
          ๖.๖ เป็นการเผยแพร่กิจกรรมและสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้เป็นที่รู้จักของสังคม 

          กำหนดการ

เวลา ๑๒.๓๐ – ๑๓.๓๐ นาฬิกา - ลงทะเบียนการสัมมนา

เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๓.๔๕ นาฬิกา - กล่าวเปิดและแจ้งวัตถุประสงค์การสัมมนา
โดย นายแท้จริง ศิริพานิช
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประธานอนุกรรมการสื่อสารสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน
เวลา ๑๓.๔๕ – ๑๖.๓๐ นาฬิกา - อภิปรายเรื่อง " รับสมัครเฉพาะทางเน็ต : ละเมิดสิทธิจริงหรือ? "
โดย
๑. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
๒. นายอำนวย สุนทรโชติ
ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ
๓. รศ. นพ. สรนิต ศิลธรรม
รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล
๔. นางสาวศรัญญา จันนามวงค์ ตัวแทนนักเรียน
ดำเนินรายการโดย นายธีรพันธ์ นาทีกาญจนลาภ
อนุกรรมการสื่อสารสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน
เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา - กล่าวปิดการสัมมนา
โดย นายแท้จริง ศิริพานิช
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประธานอนุกรรมการสื่อสารสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน 

          หมายเหตุ - ถ่ายทอดสดทางเครือข่ายวิทยุชุมชนและวิทยุอินเทอร์เน็ต ๒๐ สถานีทั่วประเทศ
          - บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มในห้องประชุม



วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

คีโมกับมะเร็ง เรื่องจริงที่หมอไม่ได้บอก

คีโมกับมะเร็ง เรื่องจริงที่หมอไม่ได้บอก

เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2010 เวลา 11:31 น.
เราทุกคนกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงในเรื่องนี้ กันเกือบทุกคน  มาร่วมกันสร้างสุขภาพพึ่งตนเองกันเถอะ  พึ่งความรู้ ลดการพึ่งพาหมอ  เพราะหมอเองก็เกินกำลัง หากพวกเราไม่สร้างสุขภาพพึีงตนเอง
        หลัง จากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะ ลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก

        ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

        1. ทุกๆ คนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล(1,000,000,000 เซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษา แล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่ มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

        2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง

        3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

        4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยว
        กับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต

        5. เพื่อ เอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกัน แข็งแรงขึ้น

        6. การทำ คีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวด เร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ

        8. การ บำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

        9. เมื่อ ร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมี ความซับซ้อนยิ่งขึ้น

        10. การทำ คีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลาย พันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

        11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

        อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง
        a. น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น "" นิวตร้าสวีต "" "" อีควล "" "" สปูนฟูล "" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ "" แบรก อมิโน "" หรือเกลือทะเลแทน
        b. นม เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ ได้รับอาหาร
        c. เซล มะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง
        d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 1 นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ2-3 ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ140 องศา F ( ประมาณ 4 องศา C)
        e. ให้ หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อ กโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง

        12. โปรตีน จากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความ เป็นพิษมากขึ้น

        13. ผนัง ของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น

        14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สารIP6 [inositol hexaphosphate หรือ phyti acid],สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือ กำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

        15. มะเร็ง เป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำ สงครามกับมะเร็ง.... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต

        16. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อก ซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง  

 http://www.tuvolunteer.org/index.php?option=com_content&view=article&id=204%3A%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81&catid=10%3A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89&Itemid=2

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2553 13:00-17:15 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 17 อาคาร บสก. ถ.สุรศักดิ์

เสวนาวิชาการครั้งที่ 99 
“รถไฟความเร็วสูงพัฒนาระบบคมนาคมสู่ภูมิภาค: ผลดีและผลกระทบ”
 
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2553 13:00–17:15 
ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 17 อาคาร บสก. ถ.สุรศักดิ์
 
 
มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ร่วมกับโรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย จัดการเสวนาวิชาการรายเดือนเพื่อเผยแพร่ความคืบหน้าในการพัฒนาโครงข่ายระบบ รางของประเทศไทยตามนโยบายรัฐบาลและเพื่อวิเคราะห์ถึงผลดีและผลกระทบต่อการ พัฒนาระบบโลจิสติคส์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
 
กำหนดการ      
12:30   ลงทะเบียน
13:00   เปิดการเสวนาและแสดงปาฐกถา “รถไฟความเร็วสูงพัฒนาระบบคมนาคมสู่ภูมิภาค: ผลดีและผลกระทบ”
            นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานการเสวนาวิชาการ
            ศาสตราภิชาน กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิฯ (กล่าวรายงาน)
14:00   นำเสนอแผนการดำเนินการรถไฟความเร็วสูง
            นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม
14:30   รายงานผลการทดสอบตลาด (Market sounding) เกี่ยวกับการสร้างรถไฟความเร็วสูง
            ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร* 
15:00   พัก-รับประทานเครื่องดื่ม เครื่องเคียง
15:15   ปาฐกถาพิเศษ ผลดีของการมีรถไฟความเร็วสูงต่อการพัฒนาประเทศ: กรณีศึกษาสาธารณรัฐประชาชนจีน
            Mr.Guan Mu เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
15:45   การอภิปรายผลดีหรือผลกระทบต่อการพัฒนาระบบโลจิสติคส์และภาคอุตสาหกรรมของประเทศ
            นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง*
            ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)*
            นายอธิป พีชานนท์ กรรมการบริหาร หอการค้าไทย
            ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย*
            ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร (สพร.)*
             ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย (ดำเนินการ)
17:15   ปิดการเสวนา 
 
*วิทยากรซึ่งอยู่ระหว่างเรียนเชิญ
 



วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2553 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ห้องเมจิก 3


โจทย์ต่อไปของอุตสาหกรรมสื่อวิทยุ-โทรทัศน์และโทรคมนาคม
หลังกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่บังคับใช้คืออะไร?

สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เตรียมจัดสัมมนา  อุตสาหกรรมสื่อวิทยุ-โทรทัศน์ และโทรคมนาคมหลังกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่บังคับใช้ : โจทย์ต่อไปคืออะไร?

โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะปาฐกถา “บทบาทด้านสื่อและโทรคมนาคมของรัฐบาล หลังพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่บังคับใช้”

ในการจัดสัมมนาครั้งนี้ จะมีการสรุปสาระสำคัญของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่ ซึ่ง สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติเห็นชอบร่างฯ กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ไปเมื่อวันพุธที่ 10 พ.ย. 53 และ จะนำเข้าที่ประชุมวุฒิสภาในวันจันทร์ที่ 15 พ.ย. 53  เพื่อขอมติ ซึ่งถ้าที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบกฎหมายฉบับดังกล่าวตามมติที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ภายใน 6 เดือนหลังกฎหมายฉบับดังกล่าวประกาศบังคับใช้ จะต้องมีการสรรหาคณะกรรรมการ กสทช. จำนวน 11 ท่าน และหลังจากนั้นจะต้องจัดทำแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่และแผนแม่บทประกอบ กิจการฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

เพราะฉะนั้นการจัดเวทีสัมมนาในครั้งนี้จะเป็น เวทีระดมความคิดเห็นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมาย ฉบับดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อทุกประเภท รวมทั้งอุตสาหกรรมวิทยุ โทรทัศน์ และ โทรคมนาคม ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ ภาคประชาสังคม และประชาชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมกับการประกาศบังคับใช้กฎหมายฉบับ ดังกล่าวมองไปข้างหน้าภายหลังจากการประกาศบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวโจทย์ ต่อไปของอุตสาหกรรมสื่อและองค์กรต่างๆ และทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องคืออะไร?

สำหรับประเด็นหลักในการอภิปรายและสัมมนาครั้งนี้คือ เริ่มจากการบรรยาย “ก้าวต่อไปหลังพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่บังคับใช้” โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รอง ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการร่วม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ  ต่อด้วยการเปิดเวทีอภิปรายในหัวข้อ 2G, 3G Wimax และบริการโทรคมนาคมไร้สายจะเดินหน้าต่อไปกันอย่างไร? วิทยากรประกอบด้วย  พ.อ. ดร. นที ศุกลรัตน์  คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, นายธนา เธียร-อัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น,นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น,นายวิโรจน์ โตเจริญวานิช  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจร่วมการงาน บมจ.กสท และ   ดร.กำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริการสื่อสารไร้สายและบริการเพื่อสังคม  บมจ.ทีโอที ดำเนินการอภิปรายโดย คุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์   ผู้ดำเนินรายการ คมชัดลึก สถานีโทรทัศน์ เนชั่น แชนแนล และรายการเช้าข่าวข้น โมเดิรน์ไนน์ ทีวี 

ส่วนภาคบ่ายอภิปรายในประเด็น "แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่และแผนแม่บทประกอบกิจการฯ อย่างไรให้เดินหน้ากันได้?" วิทยากรประกอบด้วย ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (สพท), นายธนวัฒน์ วันสม  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท, นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง, นายวิชิต เอื้ออารีกุล อุปนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย, นายเจริญ   ถิ่นเกาะแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย,นายต่อพงษ์ เสลานนท์ อนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ กทช. และ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์  รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ดำเนินการอภิปรายโดย คุณก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ บรรณาธิการรายการข่าว สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย และที่ปรึกษาสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอเชิญสื่อมวลชน และผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมสัมมนา ในวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2553 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ห้องเมจิก 3  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย โทรศัพท์ 02 243 8479, www.thaibja.org / www.newsbroadcastingcouncil.or.th

……………………………………………………
รายละเอียดเพิ่มเติม
นิรมล ประสารสุข  ผู้จัดการฝ่ายวิชาการฯ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
By Niramol Prasansuk   Manager of Academic and Special Affiars Department
THAI BROADCAST JOURNALISTS ASSOCIATION
And Working in The Secretariat as a manager of The News Broadcasting Council of Thailand

กำหนดการงานสัมมนาอุตสาหกรรมสื่อวิทยุ-โทรทัศน์ และโทรคมนาคม
หลังกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่บังคับใช้: โจทย์ต่อไปคืออะไร?

โดย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2553  ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ห้องเมจิก 3
----------------------------------------------------------------------------------------------
ภาคเช้า
08.45 – 09.40 น. ลงทะเบียน

09.40 – 09.45 น. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวรายงาน

09.50 - 10.20 น. ปาฐกถา “บทบาทด้านสื่อและโทรคมนาคมของรัฐบาล หลังพระราชบัญญัติ
องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่บังคับใช้”
โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 

10.20 - 10.40 น. บรรยาย “ก้าวต่อไปหลังพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่บังคับใช้”
โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
(ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการร่วม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ

10.40 - 12.40 น. อภิปราย: 2G, 3G, Wimax และบริการโทรคมนาคมไร้สาย จะเดินหน้าต่อไปกันอย่างไร ?

พ.อ.ดร.นที  ศุกลรัตน์  คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ     
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร  บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส
นายธนา เธียรอัจฉริยะ  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น
นายศุภชัย เจียรวนนท์   กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น
นายวิโรจน์ โตเจริญวานิช  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจร่วมการงาน บมจ.กสท.
ดร.กำธร ไวทยกุล  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริการสื่อสารไร้สายและบริการเพื่อสังคม  บมจ.ทีโอที

ดำเนินการอภิปรายโดย  
จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์    ผู้ดำเนินรายการ คมชัดลึก สถานีโทรทัศน์ เนชั่น แชนแนล และรายการเช้าข่าวข้น โมเดิรน์ไนน์ ทีวี

12.45 – 13.30 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง

ภาคบ่าย
13.40 – 16.30 น. อภิปราย: "แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ และแผนแม่บทประกอบกิจการฯ ร่างอย่างไรให้เดินหน้ากันได้?"
  
   ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ   ผ.อ.สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (สพท)
   นายธนวัฒน์ วันสม  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท
   นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง
   นายวิชิต เอื้ออารีกุล  อุปนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย
   นายเจริญ   ถิ่นเกาะแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย
   นายต่อพงษ์ เสลานนท์  อนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ กทช.
   และ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
   น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์  รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)

ดำเนินการอภิปรายโดย
   ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์  บรรณาธิการรายการข่าว สถานีโทรทัศน์ทีวีไทยและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย  

16.30 น. จบงาน


  



วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ตั้งแต่เวลา 8.30-17.30 น. ณ โรงแรมริชมอนด์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

 กรมการ ค้าต่างประเทศร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยจัดสัมมนา “รุกตลาดมาเลเซีย...โอกาสมีมากกว่าที่คิด” ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ตั้งแต่เวลา 8.30-17.30 น. ณ โรงแรมริชมอนด์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
          นาง สาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า การจัดสัมมนาฯ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยที่มีความสนใจ ในตลาดมาเลเซียซึ่งเป็นตลาด เพื่อนบ้านที่มีศักยภาพสูงที่สุด ได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโอกาสและลู่ทางการค้า/การลงทุน ตลอดจนกฎระเบียบล่าสุดต่างๆของมาเลเซีย โดยมีทูตพาณิชย์และทูตด้านการลงทุนของมาเลเซียประจำประเทศไทยร่วมเป็น วิทยากร นอกจากนั้น ในภาคบ่ายจะมีนักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจและลงทุนใน ประเทศมาเลเซียร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมเข้าสัมมนาอีกด้วย
          รอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดมาเลเซียว่าเป็น ตลาดใกล้บ้านที่มีกำลังซื้อสูง มีความต้องการสินค้าจากประเทศไทยมาก และถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2553 (ม.ค.-ก.ย.) จำนวน 5.2 แสนล้านบาทขยายตัวร้อยละ 31.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนั้นมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างกันยังมีมูลค่าสูงถึง 3.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีมูลค่าการค้าชายแดนกับไทยสูงที่สุด ส่วนด้านการลงทุนมาเลเซียได้เริ่มผ่อนคลายกฎระเบียบการลงทุนในหลายสาขาที่ นักลงทุนไทยควรให้ความสนใจ
          ผู้ ที่ประสงค์จะเข้าร่วมการสัมมนาสามารถ Download กำหนดการการสัมมนาและใบสมัครเข้าร่วมการสัมมนาได้ที่ http://www.dft.go.th และส่งใบสมัครได้ทางโทรสารหมายเลข 02 547 4728 ภายในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1385 หรือที่ 02 547 4730-32 ฟรีตลอดงาน !


วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา 08.00 น. - 13.00 น. ณ ห้องลาเวนเดอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพฯ

           

 

     "การแลกเปลี่ยนความรู้สู่การสร้างเครือข่ายการประเมินแห่งชาติ" 

     วันพฤหัสบดีที่  25  พฤศจิกายน 2553   เวลา 08.00 น. - 13.00 น.    

 ณ  ห้องลาเวนเดอร์  โรงแรมรามาการ์เด้นท์  กรุงเทพฯ

 

                       สถาบันคลังสมองของชาติ (สคช.)  ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ UNICEF ได้ร่วมมือในการจัดหาแนวทางการ "เสริมสร้างเครือข่ายนักประเมินของประเทศไทย" ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนายกระดับการประเมินในประเทศไทย เพื่อใช้เป็นกลไกในการปรับปรุงนโยบาย โครงการ แผนงาน และยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรเอกชน

 

กรุณาคลิกเพื่อดาวน์โหลดกำหนดการ

 

ติดต่อ  ดร.ปิยะทัศน์ พาฬอนุรักษ์  02 640 0461  ต่อ 114 , piyatat@knit.or.thอีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

หมายเหตุ เนื่องจากจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมสัมมนา กรุณาลงทะเบียนภายในวันที่ 16 พ.ย. 2553 !!!




วันที่ 16-18 ธันวาคม 2553 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

  ฝ่ายเกษตร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ขอเรียนเชิญ อาจารย์ ผู้บริหาร นักวิจัย ผู้ใช้ผลงานวิจัย ผู้ใคร่รู้ว่างานวิจัยมีผลต่อเกษตรกรทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม อย่างไรบ้าง หรือเส้นทางที่ประเทศไทยกำลังจะเดินไปสู่อนาคต โดยฝากความหวังไว้กับภาคเกษตร จะมีจุดเสี่ยง โอกาส ความท้าทาย เช่นไร เข้าร่วมประชุมวิชาการ “ความท้าทายงานวิจัยเพื่อพัฒนาภาคเกษตรไทยในอนาคต” ระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2553 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

 

           ใน วันที่ 16 ธันวาคม 2553 ภาคเช้า เป็นการฉายภาพรวม New Challenges ของภาคเกษตรไทยจากประสบการณ์จริงและตรง โดย ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม จะมาพูดเรื่อง โลกไร้พรมแดน ... ดร.อัทธิ์ พิศาลวาณิช จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะถ่ายทอดประสบการณ์ที่คลุกคลีทำงานวิจัยในกลุ่มประเทศอาเซียน...คุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้เชี่ยวชาญประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาวะโลกร้อนกับข้อเสนอการวางแผนตำแหน่ง ประเทศไทย ในเวทีโลก...คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองเลขาธิการสภาหอการค้าไทย ให้มุมมองด้านผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร ดำเนินการอภิปรายโดย คุณกิตติ สิงหาปัด

           กลางวัน รับประทานอาหารพร้อมชมนิทรรศการ

           ภาคบ่าย เปิดประเด็นด้วยนักวิจัยอาวุโสด้านเกษตร ศ.ดร.จรัญ จันทลักขณา ให้แนวคิด แลอดีต...มองอนาคตวิจัยเกษตรไทย เป็นการเชื่อมโยงฐานความรู้ ฐานคิด สู่การเสวนาในช่วงต่อไป ตอบคำถามนักวิจัยว่า เรียนมาด้านการเกษตรจะทำวิจัยอย่างไรดีถึงจะแปลกใหม่ โดนใจแหล่งทุน และมี forward looking

           การ เสวนาช่วงบ่าย จะให้มุมมองว่าจากฐานเกษตร เราจะเชื่อมโยงต่ออะไรได้...อาทิเช่น สร้างอาชีพ ดูแลสุขภาพ สร้างความมั่นคงอาหาร ตอบโจทย์โลกร้อน...เป็นต้น

           ขอเรียนข่าวดีแก่ผู้เข้าร่วมประชุมว่า จะมีการประกาศโจทย์วิจัยเพิ่มเติมด้าน

           1. Thai Fruits-Functional Fruits

           2.  Food security

           วัน ที่ 17 พฤศจิกายน 2553 มีการประชุมวิชาการและเสวนาอีก 7 ห้อง ทั้งหมดไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องลงทะเบียนเข้าประชุมล่วงหน้า เพื่อรับเอกสารการประชุม และหนังสือ 2 เล่มคือ โอกาสและทางเลือกของเกษตรกรบนเส้นทางสายโซ่อุปทาน (300 หน้า) และ ประเด็นท้าทายข้อเสนอเชิงนโยบาย และการเกษตรของไทย เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (60หน้า) ดูรายละเอียดได้ที่ www.trf.or.th

 

 

 ดาวน์โหลดกำหนดการประชุม

 ดาวน์โหลดหลักการและเหตุผล

 ดาวน์โหลดแผ่นพับงานประชุม

ดาวน์โหลดแบบตอบรับทั่วไป 

ดาวน์โหลดแบบตอบรับห้องโคเนื้อ 

ดาวน์โหลดเอกสารโอนเงินผ่านทางธนาคาร  

 

 

สอบถามข้อมูล และส่งแบบตอบรับได้ที่

สำนักประสานงานวิจัยและพัฒนา “สัตว์น้ำ และการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

 

โทรศัพท์ 02-942-8644-5 กด 19 โทรสาร กด 12 หรือ 27

 

E-mail : ffisptw@gmail.com  

ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553

 

 

 

 

 

ที่มา : คุณกัญจพร (ฝ่ายเกษตร สกว.)



 

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เครือข่ายพลเมืองเน็ตออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 อย่างเร่งด่วน

เครือข่ายพลเมืองเน็ตออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 อย่างเร่งด่วน

Posted by Asina Pornwasin

ตั้งแต่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ) ยังไม่ถูกประกาศใช้ เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้แสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มาตลอด ด้วยเล็งเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้มีผลในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอันเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังขัดกับคุณลักษณะของอินเทอร์เน็ตในหลายแง่มุม ซึ่งสร้างผลกระทบในการบังคับใช้ หากแต่ภาครัฐกลับมิได้กระตือรือร้นและจริงจังในการแก้ไขกฎหมายที่ลิดรอนเสรีภาพของประชาชนฉบับนี้

นอกจากนี้ ระหว่างสถานการณ์ทางการเมืองที่แหลมคมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายพลเมืองเน็ตพบว่า พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ โดยเฉพาะมาตราที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ มาตรา 14 และ 15 ถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานกับผู้ที่คิดต่างทางการเมือง หรือคิดต่างจากรัฐบาล ตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนได้แก่ กรณีการจับกุมและตั้งข้อหาร้ายแรงกับ
จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท (http://www.prachatai.com) ถึงสองคดี

**กรณีการจับกุมโดยกองบังคับการปราบปราม**

ในคดีแรกนั้น ตำรวจได้ตั้งข้อหากับจีรนุชว่ามีความผิดตามมาตรา 15 พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ คือเจตนาจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีข้อความที่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ปรากฎอยู่ในเว็บบอร์ดประชาไท

อย่างไรก็ตาม **_ข้อความดังกล่าวได้ถูกลบออกจากระบบแล้วเป็นเวลาหลายเดือนก่อนที่จะมีการจับกุม_** ภายหลังจากที่จีรนุชได้รับจดหมายจากกองบังคับการปราบปราม ซึ่งแสดงถึงเจตนาของจีรนุชว่ามิได้จงใจสนับสนุนการ กระทำผิดดังกล่าว นอกจากนี้ ระยะเวลา 20 วันที่ตำรวจกล่าวอ้างว่าเป็นการ “จงใจ สนับสนุน หรือยินยอม” ก็ยังไม่ได้มีกำหนดอยู่ในกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น หากเป็นเพียงตัวเลขที่ปรากฎในบันทึกของตำรวจหลังจากที่มีการจับกุมแล้วเท่านั้น

**กรณีการจับกุมโดยตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง**

ส่วนในคดีที่สอง ตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่นได้ขอให้ศาลจังหวัดออกหมายจับจีรนุชตามการเข้าแจ้งความของ สุนิมิต จิระสุข[^1] ผู้อ่านเว็บไซต์ประชาไทแล้วพบว่าที่ท้ายบทสัมภาษณ์ โชติศักดิ์ อ่อนสูง (ผู้ปฏิเสธที่จะยืนในโรงภาพยนตร์ระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมี)[^2] ซึ่งเปิดให้ผู้อ่านทั่วไปสามารถโพสต์ความคิดเห็นได้ มีผู้อ่านบางคนโพสต์ความเห็นในทางที่เห็นด้วยกับการกระทำของโชติศักดิ์ สุนิมิตจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับจีรนุชซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเว็บไซต์และผู้ดูแลเว็บบอร์ดประชาไท ด้วยข้อกล่าวหาร้ายแรงจำนวนมาก ดังนี้

- ร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งว่าด้วยการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายกษัตริย์ฯ
- ร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ซึ่งว่าด้วยการเผยแพร่ข้อความยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความกระด้างกระเดื่องและละเมิดกฎหมาย
- กระทำความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ซึ่งว่าด้วยการเผยแพร่ข้อมูลประเภทต่าง ๆ ที่เป็นความผิดตามกฎหมายข้างต้น
- และมาตรา 15 ซึ่งว่าด้วยการจงใจสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายตามมาตรา 14

ศาลขอนแก่นได้อนุมัติหมายจับจีรนุชตามข้อหาที่สุนิมิตแจ้งความมาทั้งหมด ทั้งนี้ ข้อความที่ตำรวจกล่าวหาว่าผิดกฎหมายนั้นเป็นข้อความตามที่สุนิมิตกล่าวอ้าง และปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ประชาไทเป็นเวลาเพียง 1 - 5 วันก่อนที่สุนิมิตจะเข้าแจ้งความ

ในกรณีนี้ **_กองบรรณาธิการประชาไทได้พิจารณาลบข้อความบางส่วนด้วยตนเองไปแล้ว ไม่นานหลังพบข้อความ_** แสดงถึงเจตนาของทีมงานที่ไม่ได้จงใจหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิด และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เมื่อได้รับการร้องขอเช่นกัน

**ข้อบกพร่องของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ**

คดีของจีรนุชชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 ดังนี้

_1. ภาระของ “ท่อ”_

มาตรา 15 ปฏิบัติกับผู้ให้บริการ หรือ “ตัวกลาง” (intermediary: เช่น ศูนย์ข้อมูล ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เสิร์ชเอนจิน โซเชียลเน็ตเวิร์ก เว็บบอร์ด บล็อก) เสมือนหนึ่งเป็นบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ผู้มีทั้งหน้าที่และความสามารถในการคัดกรองเนื้อหาทั้งหมดก่อนตีพิมพ์ แต่คุณลักษณะที่สำคัญที่ทำให้อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์เช่นทุกวันนี้คือ ข้อมูลทุกอย่างไหลผ่านอย่างรวดเร็ว ตัวกลางจึงเป็นเพียง “ท่อข้อมูล” หรือช่องทางผ่านของเนื้อหาเท่านั้น (mere conduit) หากผู้บังคับใช้กฎหมายไทยจะถือว่าตัวกลางต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลและเนื้อหาทั้งหมดที่ผ่านตัวกลางแล้ว นั่นย่อมหมายความว่า ตัวกลางจะต้องกลั่นกรองข้อมูลทั้งหมดก่อนการเผยแพร่ ซึ่งด้วยความเร็วและปริมาณข้อมูลจำนวนมาก สิ่งดังกล่าวยากที่จะทำให้เป็นไปได้ โดยไม่กระทบกับการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

_2. ท้องที่เกิดเหตุ “ทั่วราชอาณาจักร”_

มาตรา 15 อ้างถึงความผิดอาญาตามมาตรา 14 โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลที่ก่อให้เกิด “ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา” ซึ่งรวมถึงความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ การเป็นความผิดอาญาทำให้บุคคลใดก็ได้สามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ และการเข้าถึงจากที่ใดก็ได้ของเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต ทำให้การแจ้งความเป็นไปได้จากทุกพื้นที่ ซึ่งเปิดโอกาสให้กฎหมายฉบับนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งกันได้ เช่นเดียวกับที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาไปแจ้งความในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อสร้างความยากลำบากแก่ผู้ถูกฟ้องโดยไม่มีเหตุอันควร[^3]

_3. ตัวกลางกลายเป็น “แพะ”_

ในการดำเนินคดีกับ “ตัวกลาง” ดังเช่นในคดีของจีรนุชทั้งสองคดีนั้น ยังไม่มีการตัดสินโดยศาลว่าข้อความที่ถูกแจ้งนั้นเป็นข้อความที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฎว่ามีผู้โพสต์ข้อความเพียงรายเดียวที่ถูกดำเนินคดี และคดียังไม่สิ้นสุด ซึ่งในกระบวนการสอบสวนเกี่ยวกับผู้โพสต์รายนี้นั้น เว็บไซต์ประชาไทได้ให้ความร่วมมือตามที่กฎหมายกำหนดทุกอย่าง สำหรับผู้โพสต์ข้อความอื่น ๆ รัฐต้องไม่พยายามเอาผิดกับตัวกลาง เมื่อได้รับความร่วมมือแล้วแต่ไม่สามารถหาผู้กระทำผิดตัวจริงได้

_ภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายและต่อสู้คดีที่ต้องใช้ทรัพยากร รวมถึงเวลาเดินทางอันยาวนาน ประกอบกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐมุ่งเน้นการจับกุมตัวกลาง ทำให้ตัวกลางต้องแบกรับภาระความเสี่ยงเกินสัดส่วนที่สมเหตุผล นำไปสู่แนวโน้มที่จะเซ็นเซอร์ตัวเองเกินความจำเป็น โดยยึดหลัก “ลบเกินไว้ก่อนปลอดภัยกว่า” หรือกำจัดภาระทั้งหมดโดยการยกเลิกพื้นที่สำหรับเนื้อหาที่ผู้ใช้ผลิตเอง (user-generated content) เช่นการปิดบริการเว็บบอร์ด ซึ่งสร้างผล กระทบกับผู้ใช้จำนวนมากที่ไม่ได้กระทำความผิด_

_เราต้องไม่ลืมว่าโครงการเช่น วิกิพีเดีย และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สต่าง ๆ ล้วนเกิดขึ้นได้เพราะคุณลักษณะของอินเทอร์เน็ตที่เป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้ผู้อ่านสร้างเนื้อหาได้เอง อย่างรวดเร็ว จากทุกสถานที่ แต่การควบคุม จำกัดสิทธิ และบีบพื้นที่ตัวกลางลง เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการสร้างสรรค์นวัตกรรม จะทำให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์_

**ข้อยกเว้นความรับผิด (Safe Harbour)**

ในประเทศที่กฎหมายเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะมีการกำหนดข้อยกเว้นความรับผิด (safe harbour) หรือการถือว่าตัวกลางเป็นผู้บริสุทธิ์โดยปริยายในขณะที่ยังไม่สามารถพิสูจน์เจตนาการกระทำความผิดได้ เนื่องจากตัวกลางคือพื้นที่ที่โดยปกติไม่มีส่วนรู้เห็น หลักการนี้จึงมีไว้เพื่อคุ้มครองตัวกลางจากภาระทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม หลักการนี้ไม่ได้ให้เสรีภาพแก่ตัวกลางจนเกินขอบเขต เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งตัวกลางเมื่อพบเนื้อหาที่เป็นความผิด และขออำนาจศาลเพื่อสั่งให้มีการลบเนื้อหานั้นได้ (notice and take down) ทั้งนี้ต้องเป็นไปในระยะเวลาที่เหมาะสม[^4]

**ข้อเสนอการแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ**

ข้อเท็จจริงดังที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 15 ในปัจจุบัน เป็นไปในลักษณะคุกคามเพื่อบีบพื้นที่ _“ตัวกลาง”_ อันเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

เครือข่ายพลเมืองเน็ตจึงเห็นว่า มาตรา 15 ของกฎหมายฉบับนี้ เป็นบทบัญญัติที่คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างยิ่ง จึงเสนอให้พิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ดังนี้

1. พิจารณาและปฎิบัติกับ “ตัวกลาง” ในฐานะที่เป็นเพียงทางผ่านของข้อมูล (ท่อ) หรือเป็นเพียงที่พักข้อมูลแบบอัตโนมัติ (cache/buffer) และเข้าใจถึงธรรมชาติของอินเทอร์เน็ตที่ข้อมูลไหลผ่านตัวกลางอย่างรวดเร็ว _จนไม่อาจกลั่นกรองหรือควบคุมได้ในทางที่คุ้มค่าและไม่ก่อให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์_

2. ถือว่าตัวกลางนั้นบริสุทธิ์โดยปริยาย (by default) โดยตระหนักว่าตัวกลางนั้นเป็นเพียงทางผ่านของข้อมูลเท่านั้น จนกว่าจะมีหลักฐานให้เชื่อได้ว่า ตัวกลางมีเจตนาสนับสนุนหรือสมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิด และจึงนำมาสู่การพิสูจน์ในชั้นศาล

3. หากศาลยังไม่ตัดสินว่า ข้อความที่เป็นปัญหานั้นผิดกฎหมายจริง และ/หรือ ผู้กระทำการตามมาตรา14 (ผู้โพสต์ข้อความ) มีความผิดจริง จะยังเริ่มดำเนินคดีกับตัวกลางตามมาตรา 15 ไม่ได้

4. หากศาลตัดสินแล้วว่า ตัวกลางมีเจตนากระทำความผิดจริง โทษที่ตัวกลางต้องรับ จะต้องมีการแยกแยะแตกต่างหนักเบา ระหว่าง ทำเอง, สนับสนุน, ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ฯลฯ ตามหลักสัดส่วน

5. ต้องมีการบัญญัติข้อกำหนดลายลักษณ์อักษรเป็นกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ว่าด้วยหลักการแจ้งลบข้อความที่ผิดกฎหมาย (notice and takedown procedure) เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย (safe harbour) ให้กับตัวกลาง เช่น เมื่อผู้ดูแลเว็บได้รับจดหมายจากเจ้าหน้าที่ว่ามีข้อความผิดกฎหมาย แล้วไม่ลบภายในเวลาอันสมเหตุผลตามที่กำหนด จึงอาจถูกพิจารณาว่ามีความผิด

เครือข่ายพลเมืองเน็ต ขอเรียกร้องให้รัฐบาลซึ่งนำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสาธารณะ พิจารณาแก้ไขพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 และมาตราที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้เสนอมานี้ โดยทันที เพื่อระงับมิให้กฎหมายนี้กลายเป็นเครื่องมือในการคุกคามผู้เห็นต่างทางการเมืองและลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนไทย ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เพื่อเสรีภาพออนไลน์
เครือข่ายพลเมืองเน็ต
17 ตุลาคม 2553

[^1]: [http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049421](http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049421)
[^2]: [http://www.prachatai.com/node/16466](http://www.prachatai.com/node/16466)
[^3]: เช่นกรณีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ฟ้องหมิ่นประมาท พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร ที่จังหวัดปัตตานี จากบทความของ พล.ต.อ. วสิษฐ ในหนังสือพิมพ์มติชน
[^4]: อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องข้อยกเว้นความรับผิดได้จากบทความแปลโดยเครือข่ายพลเมืองเน็ต [“ภาระรับผิดทางกฎหมายของตัวกลาง: ปกป้องพื้นที่อินเทอร์เน็ตเพื่อส่งเสริมการแสดงออกและสร้างสรรค์นวัตกรรม”](http://thainetizen.org/node/2378)

http://www.itpc.or.th/

--

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา 09.00 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ มิลเลเนียม สุขุมวิท





นิตยสาร MBA ร่วมกับ 5 องค์กรชั้นนำ ประกอบด้วย รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย , คุณธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย , คุณฉวีวรรณ เกียรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรและชุมชนสัมพันธ์ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), คุณพีระพงษ์ กลิ่นละออ ผู้อำนวยการสำนักงานรักบ้านเกิด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) , คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กรเอสซีจี ร่วมเป็นต้นแบบถ่ายทอดความรู้ เรื่อง CSR และ Social Enterprise กับการต่อยอด กระบวนการเรียนรู้เพื่อไปประยุกต์กับองค์กร โดยงานสัมมนา1 Day CSR Program จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา 09.00 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ มิลเลเนียม สุขุมวิท
 








วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายนนี้ เวลา 14.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารไทยประกันชีวิต ถ.รัชดาภิเษก

          ธนาคาร ไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมสัมมนาฟรี มอบความรู้ให้กับผู้ประกอบธุรกิจและผู้สนใจทั่วไป ในหัวข้อ “กุญแจสู่ความสำเร็จ เพื่อเป็นเถ้าแก่ : เดอะซีรีส์ ก้าวอย่างมั่นคง สู่ความมั่งคั่ง” ซึ่งเป็นสัมมนาซีรีส์ 4 ตอน บรรยายโดย ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจและการวางแผนภาษี

          โดยการสัมมนาตอนที่ 3 จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 2 พฤศจิกายนนี้ เวลา 14.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารไทยประกันชีวิต ถ.รัชดาภิเษก 

          ท่านที่สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนาฟรี สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย โทร. 0-2697-5454 ตั้งแต่วันนี้ - 29 ตุลาคมนี้ เท่านั้น (รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่านแรก) และเตรียมพบกับการสัมมนาเพื่อไขกุญแจดอกถัดไป ในวันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2553

 



วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๒.๐๐- ๑๗.๐๐ น. ห้องมีทติ้งรูม ๒ (Meeting Room 2 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

     สำนักพิมพ์สุขภาพใจ งานเปิดตัวปฏิทินธรรมคำกลอนพุทธทาส พุทธศักราช 2554 “ดูให้ดี มีแต่ได้”
          วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๒.๐๐– ๑๗.๐๐ น.
          ห้องมีทติ้งรูม ๒ (Meeting Room 2)
          ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 15

          กำหนดการ

๑๒.๐๐ น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
เดินชมนิทรรศการ+ร่วมกิจกรรมในห้อง
รับประทานอาหารว่าง

๑๓.๐๐ น. คุณบัญชา เฉลิมชัยกิจ ประธานบริหารสำนักพิมพ์สุขภาพใจ กล่าวเปิดงาน
ชม VTR ประวัติท่านพุทธทาสภิกขุ
ชม VTR ประวัติ 17 ปฏิทินธรรมคำกลอนพุทธทาส

๑๓.๑๕ น. ฟังธรรมหัวข้อ “ดูให้ดี มีแต่ได้”
โดย ท่านสิงห์ทอง เขมิโย พระอุปัฎฐากผู้ใกล้ชิดท่านพุทธทาสจนวาระสุดท้าย

๑๔.๐๐ น. แลกเปลี่ยนทัศนธรรมกับคน ๓ วัย “ธรรมะกับชีวิตในยุคปัจจุบัน”
๑. โสรี โพธิแก้ว
๒. แทนคุณ จิตต์อิสระ
๓. วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล (รอติดต่อ)

๑๖.๐๐ น. ลุงเนาว์เล่ากวี เคล้าดนตรี ให้หลานฟัง
เล่าเรื่องโดย กวีรัตนโกสินทร์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

สร้างสรรค์โดย
๐๒-๔๑๕-๒๖๒๑

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม: เกวลี ดวงเด่นงาม (เกด) ๐๒-๔๑๕-๒๖๒๑ ต่อ๔๐๑-๔๐๓, ๐๘๖-๕๙๙-๘๕๗๘ kaewalee@booktime.co.th
โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ (มี่) ๐๒-๔๑๕-๒๖๒๑ ต่อ ๘๐๘, ๐๘๑-๘๕๕-๗๘๑๒ amy@booktime.co.th



108BLOG



 
จาก: 108BLOG.NET <108blog@gmail.com>
วันที่: 21 ตุลาคม 2553, 3:25
หัวเรื่อง: 108BLOG
ถึง: 


108BLOG


ฟรี eScan AntiVirus Toolkit Utility – ฟรีโปรแกรมฆ่าไวรัสดีๆ อีกชื่อที่คุณไม่รู้จัก

Posted: 20 Oct 2010 10:00 AM PDT

eScan AntiVirus Toolkit Utility ฟรีโปรแกรมป้องกันไวรัส ที่ช่วยสแกนหาการติดเชื้อไวรัสและ ลบสปายแวร์ แอดแวร์หรือมัลแวร์ที่อาจมีการติดเชื้อของบนคอมพิวเตอร์ของคุณที่กำลังใช้งาน โปรแกรมไวรัส ที่ให้คุณใช้งานแบบไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมลงบนคอมพิวเตอร์ และยังทำงานร่วมกับโปรแกรมป้องกันไวรัสตัวอื่นๆ ที่ติดตั้งอยู่ภายในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันก็สามารถทำงานได้ไม่มีปัญหา และใช้งานได้ง่ายดาย ที่สำคัญคือ ฟรี 100% หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบฟรี ลองเปิดโอกาสให้ eScan AntiVirus Toolkit พิสูจน์ความสามารถของมันได้แล้ววันนี้ • Download: eScan AntiVirus Toolkit Utility รองรับการทำงานบน Windows 2000, XP, Vista, Windows 7 & Windows 2008 (32 & 64 bit)

7Conifier – เปลี่ยน Icon บน Windows 7 ง่ายกว่าพลิกฝามือ

Posted: 19 Oct 2010 08:50 PM PDT

7Conifier โปรแกรมฟรีแวร์ที่ไม่้ต้องติดตั้ง ที่จะช่วยใหุ้คุณเปลี่ยนไอคอน Taskbar และ Start Menu บน Windows 7 ให้เป็นเรื่องง่ายๆ เพียงแค่คลิกเดียว และยังสามารถเพิ่มชุดไอคอนแปลกๆ ตามที่คุณ ต้องการเพิ่มลงไปได้เช่นกัน หากกำลังเบื่อรูปแบบไอคอนเดิมๆ ลองใช้โปรแกรม 7Conifier เข้าช่วยเติม รูปแบบไอคอนใหม่ๆ ให้กับวินโดวส์ของคุณ หากไม่ถูกใจไอคอนใหม่ อยากกลับไปใช้ไอคอนเดิมๆ ไม่ต้อง กังวลคุณสามารถ restore กลับไปใช้ default icons ได้ ทุกอย่างทำในคลิกเดียว Features ● One click (and key press) to change your systems appearance. ● One click (and key press) to change it back. ● Comes [...]

Joliprint – เปลี่ยนหน้า้เว็บให้เป็น PDF ง่ายกว่าที่คิด

Posted: 19 Oct 2010 08:16 PM PDT

Joliprint เป็นอีกบริการที่ช่วยให้คุณสามารถแปลงหน้าเว็บไซต์หรือแปลงหน้าแต่ละหน้าของเว็บให้เปลี่ยน เป็นไฟล์ PDF แบบง่ายๆ ก่อนหน้านี้ได้เคยแนะนำบริการแบบเดียวกัน 2 บริการด้วยกันคือ Web2PDF และ PDFmyURL วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ เหมือนเดิม ระบุ URL ที่้ต้องการจากนั้นเว็บก็จะทำการแปลงไฟล์ และดาวน์โหลดไปใช้งานได้ทันที และนอกจากนี้ Joliprint ยังมีบริการ Button ให้คุณสามารถนำไป ติดที่เว็บไซต์เพื่อเพิ่มความสะดวกในการแปลงหน้าเว็บให้ง่ายยิ่งขึ่น บริการฟรีไม่ต้องลงทะเบียน
You are subscribed to email updates from 108BLOG.NET
To stop receiving these emails, you may unsubscribe now.
Email delivery powered by Google
Google Inc., 20 West Kinzie, Chicago IL USA 60610



วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา 13.00-17.00 น.ณ ห้อง 603 ชั้น 6 วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ดินแดง



 
จาก: Taokae Channel <taokaetv@yahoo.com>
วันที่: 20 ตุลาคม 2553, 13:30
หัวเรื่อง:  สัมมนาฟรี
ถึง: 

 


สัมมนาดี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายฟรีตลอดงาน  สามารถสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 0-2629-5412  หรือที่ www.taokaetv.com  งานนี้รับจำนวนจำกัด


Taokae Channel Co.,Ltd
E-mail : taokaetv@yahoo.com
 
 

ใบสมัครเข้าร่วมงานสัมมนา " แผนดี...พรีเซ็นต์เด่น...เห็นทางรวย "

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน  2553  (เวลา 13.00–17.00 .)

       ห้อง 603 ชั้น 6 วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ดินแดง

รายละเอียดผู้สมัคร

คำนำหน้า                               นาย                          นาง                        นางสาว

ชื่อ……………………………….นามสกุล …………………………………….  อายุ ………………  ปี

ตำแหน่ง………………………………………หน่วยงาน/ บริษัท / ร้านค้า………............……………………..…

 

ที่อยู่ที่ติดต่อได้        เลขที่.............................อาคาร………..……………………….หมู่ที่.........................................

ซอย..................................................... ถนน………………..…………. แขวง/ตำบล……………..……………….

เขต/อำเภอ …………….……………. จังหวัด........................................รหัสไปรษณีย์……………………………

โทรศัพท์…………………..มือถือ..................................แฟกซ์…………………..E-mail.………………………...

ประเภทธุรกิจ                        

ภาคการผลิต  (โปรดระบุสาขาอุตสาหกรรม........................................................................................) 

ภาคการค้า     (โปรดระบุสาขาอุตสาหกรรม........................................................................................)

ภาคบริการ    (โปรดระบุสาขาอุตสาหกรรม........................................................................................)

ขนาดของธุรกิจ         น้อยกว่า 1  ล้านบาท          5-10  ล้านบาท            10-15 ล้านบาท          มากกว่า 15 ล้านบาท

วัตถุประสงค์ที่เข้าร่วมงาน  (โปรดระบุ)…………………………………………………………………………..

ทราบข่าวงานครั้งนี้จาก (โปรดระบุ) ……………………………………………………………………..……..

 

ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย รีบสมัครด่วนรับจำนวนจำกัดเพียง 150 ท่าน เท่านั้น

 

·        ลงทะเบียนสำรองที่นั่ง และยืนยันการเข้าร่วมสัมมนาที่ คุณธันย์ชนก  คุณขวัญจิรา และ คุณอรุณี 

        โทรศัพท์ 0-2629-5412   โทรสาร 0-2280-8351   E-mail : taokaetv@yahoo.com

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                              สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว





 

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ขอเรียนเชิญร่วมระดมสมอง พัฒนาตัวชี้วัดธรรมาภิบาล และ ข้อมูลค่าเงินบาท / วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้อง ๓๐๑ อาคารมาลัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์



จาก: lee lee <thai9lee@gmail.com>
วันที่: 18 ตุลาคม 2553, 15:30
หัวเรื่อง:  ขอเรียนเชิญร่วมระดมสมอง พัฒนาตัวชี้วัดธรรมาภิบาล และ ข้อมูลค่าเงินบาท
ถึง:

ที่ สพม ๐๐๐๓/ว ๙๕
สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
สถาบันพระปกเกล้า
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ
๘๐ พรรษาฯ
อาคารบี ชั้น ๔ เลขที่ ๑๒๐ หมู่
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
กทม. ๑๐๒๑๐
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓
เรื่อง
ขอเชิญเข้าร่วมประชุมเวที “ติดตาม ประเมินผล และพัฒนา
ตัวชี้วัดธรรมาภิบาล
ในหน่วยงานรัฐ”
กราบเรียน/เรียน ท่านที่สนใจ และห่วงใยบ้านเมือง
ด้วยคณะกรรมการภาคประชาสังคม
ซึ่งจัดตั้งโดยสภาพัฒนาการเมืองที่เป็นองค์กรตามพระราชบัญญัติสภ
าพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑
ได้จัดทำโครงการติดตามและประเมินผลธรรมาภิบาลในหน่วยงานข
องรัฐ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาติดตามและประเมินผลธรรมาภิบาลและ
พัฒนาตัวชี้วัดธรรมาภิบาลที่เหมาะสมกับหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา
ในการนี้ คณะกรรมการภาคประชาสังคม
โดยคณะทำงานโครงการฯ
ได้กำหนดให้มีการจัดประชุมระดมสมอง เรื่อง “ติดตาม ประเมินผล
และพัฒนา ตัวชี้วัดธรรมาภิบาลในหน่วยงานรัฐ” ในวันพฤหัสบดีที่
๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ ห้อง ๓๐๑
อาคารมาลัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สอบถามรายละเอียด และยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ ๐๘๖-
๓๖๗๑๐๐๔ ,๐๘๙๐๑๖๔๔๕๐ ภายในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
คณะทำงานจึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนฯ
เข้าร่วมกิจกรรม ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงได้รับความกรุณา จากท่าน ขอขอบพระคุณยิ่ง
ขอแสดงความนับถือ
พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี
ประธานคณะทำงาน โครงการฯ


 

 

 







 



วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วันที่ 12 พฤษภาคม 2554 ณ วิทยาลัยราชพฤกษ์

วิทยาลัยราชพฤกษ์ร่วมกับสถาบันในเครือข่ายวิจัยประชาชื่นและสถาบันในเครือ ตั้งตรงจิตร ขอเชิญผู้สนใจนำเสนอผลงานและเข้าร่วมประชุมวิชาการ ครั้งที่ 2 “ราชพฤกษ์วิชาการ” ภายใต้แนวคิด “พัฒนาความรู้ สู่การพัฒนาคน และชุมชนเข้มแข็ง” ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 ณ วิทยาลัยราชพฤกษ์ โดยสามารถส่งบทความได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2553 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ http://rc.ac.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา สำนักงานวิชาการ
โทร.02-4326101 ต่อ 112

--